เห็นดวงตาที่ว่างเปล่าของนาง อดสะท้านใจไม่ได้ รู้สึกจมูกแสบร้อนขึ้นมาดวงตาคู่เดียวกันนี้ ยามนั้นทั้งกระจ่างใส เต็มไปด้วยความประหลาดใจ และหวนหาอาวรณ์อย่างลึกล้ า … …นางนั่งเงียบๆ เหมือนหุ่นไม้ จั่วม่อเดินเข้าไปถึงเบื้องหน้า นางยังคล้ายไม่รู้สึกตัวจั่วม่อทรุดคุกเข่า ยื่นมือโบกตรงหน้านาง นางยังคงไม่ตอบสนอง“ตรวจร่างกายนาง” เสียงของผูเยาดังขึ้นอย่างกะทันกัน สุ้มเสียงเข้มงวดเคร่งขรึมจั่วม่อเม้มปากแน่น ยื่นมือทาบลงบนร่างนางนางยังคงไม่ไหวติงดุจหุ่นเชิดไม้จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยากเส้นชีพจรปราณในร่างกายนางฉีกขาดย่อยยับ พลังสีม่วงสุดพิสดารหายตัวไปทิ้งไว้เพียงเส้นใยชีวิตที่เบาบางอย่างเหลือแสน ราวกับเปลวเทียนที่ริบหรี่อยู่กลางสายลม ซึ่งอาจดับลงได้ทุกเมื่อกระทั่งดวงวิญญาณของนาง มันยังไม่สามารถรู้สึกได้ไฉนเป็นเช่นนี้?จั่วม่อศีรษะลั่นอึงอล สมองขาวว่างเปล่าไม่ทราบว่านานเท่าใด มันค่อยตั้งสติได้ มองใบหน้าอัปลักษณ์และแข็งทื่อของสตรีซิวเจ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองไปยังสายตาว่างเปล่าเลื่อนลอยของนางบางส่วนในหัวใจสั่นไหวเบาๆสายตาสับสนงุนงงของมันกลายเป็นมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวจั่วม่อเดินเข้าไปในทะเลแห่งจิตสำนึก มองผูเยา ผูเยาคล้ายรอคอยอยู่แล้ว เพียงเหลือบมองแวบหนึ่ง กล่าวว่า “ข้าทราบว่าเจ้าคิดถามอันใด กล่าวตามความสัตย์เรื่องนี้ยากเย็นแสนเข็ญยิ่ง”ผูเยาสุ้มเสียงต่ าลึกและเคร่งขรึม ไม่มีอาการเยาะเย้ยที่ม