“ประเสริฐ! ประเสริฐ! ประเสริฐ!” บรรพชนฟ้ากระจ่างกล่าว ‘ประเสริฐ’สามคำติดต่อกัน เจตนาสังหารค่อยๆ ทวีความเกรี้ยวกราด ทะลักล้นออกมารอบกาย บนท้องฟ้าเหนือพรรคฟ้ากระจ่าง ลมเมฆพลันแปรปรวน เมฆดำหนาหนักเหมือนตะกั่วทั่วทั้งสำนักหนาวสะท้าน เหล่าศิษย์ล้วนตัวสั่นงันงกกันถ้วนหน้า ประหวั่นพรั่นพรึงสุดขั้วหัวใจ“นึกไม่ถึงว่าสายการสืบทอดของพรรคฟ้ากระจ่างจะสิ้นสุดลงในมือข้า” บรรพชนฟ้ากระจ่างก้มมองฝ่ามือที่เรียบเนียนราวกับมือทารกของตน สุ้มเสียงสงบราบเรียบดุจสายน้ า แต่เจตนาสังหารในอากาศหนักข้นแกร่งกร้าวขึ้นทุกขณะ มันเงยหน้าขึ้นดวงตาเย็นยะเยียบ “ข้าเพียงปิดด่านฝึกตนไม่กี่เดือน แต่เรื่องราวกลับแปรเปลี่ยนไปมากมายถึงเพียงนี้ สวรรค์เอ๋ย! ต่อให้นี่เป็นเจตนาของฟ้าสวรรค์ ก็อย่าหวังว่าจะหยุดตาเฒ่าผู้นี้ได้!”มันพลันลุกขึ้นยืน ดวงตามองกราดไปยังเหล่าศิษย์ที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านล่าง“หากข้าไม่กลับมาภายในสิบวัน พวกเจ้าก็หลบหนีเอาชีวิตรอดเถอะ”เพียงกล่าวจบคำ ไม่รอให้ผู้ใดทันได้ตอบสนอง มันก็หายวับไปจากห้องโถงแห่งนั้นบรรยากาศในเมืองอีกาทองคำตึงเครียดยิ่งบนท้องฟ้าเหนือค่ายเว่ย พลังงานสีดำปกคลุมท้องฟ้า หลายวันมานี้ไม่เลือนหายไปแม้แต่น้อย ซิวเจ่อค่ายจูเชวี่ยเฝ้าระวังหน้าประตูอย่างเข้มงวด ดวงตาของพวกมันทอแววตื่นตะลึง เจตจำนงสังหารอันแหลมคมนี้ เข้มข้นเสียจนกระทั่งพวกมันยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างพวกมันไม่อาจเข้าใจได้ เพียงแค่บา