หลังจากคลื่นระลอกแรกบุกทะลวงไปจนสุดทาง ผู้คนสองพันคนถูกสังหารไปมากกว่าห้าร้อยคน“เศษสวะชัดๆ” เหลยเผิงแค่นเสียงอย่างรังเกียจ แล้วกล่าวสืบต่อ “คนมากมายถึงเพียงนี้ แต่กระทั่งคลื่นลูกแรกยังรับไว้ไม่ได้”เหนียนลู่ตอบโต้อย่างไม่ใส่ใจนัก “ไม่ดีหรือ? มิเช่นนั้นเราจะต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงมากกว่านี้ ระวังจะทำภารกิจของเหล่าป่านไม่สำเร็จ”“เราจะเข่นฆ่าพวกมันทั้งหมดจริงๆ?” เหลยเผิงบ่นพึมพำ“เป็นไร? อย่าได้คิดว่าเจ้าจะลอยตัวไปได้!” เหนียนลู่ปัดผมที่หน้าผาก พลางกล่าวเตือนเสียงหนัก “เหล่าป่านประกาศต่อหน้าผู้คนมากมายปานนี้ หากเราไม่มีปัญญากระทำได้ ย่อมทำให้เหล่าป่านเสียหน้า เหล่าป่านเสียหน้าเท่ากับแม่นางน้อยเสียหน้า หากแม่นางน้อยเสียหน้า ไม่ต้องให้ข้ากล่าวที่เหลือกระมัง”“ข้ารู้น่า” เหลยเผิงวางท่าเหนื่อยหน่ายราวกับต๊กโกวคิ้วป้าย* “เพียงแต่เอาชนะศัตรูสวะเยี่ยงนี้ ข้ามิได้รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย”(*หมายถึงมารกระบี่แสวงพ่ายที่เรารู้จักกันดี)“ศัตรู? โอ้ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว พวกมันเป็นเพียงแพะอ้วน ความยินดีในการฆ่าแพะอ้วนไม่ใช่การเอาชัยพวกมัน แต่เป็นการถลกหนังพวกมัน”ทั้งคู่ไม่มีเวลาสนทนาอีก คำสั่งการของแม่นางน้อยถ่ายทอดลงมาอย่างรวดเร็วทั้งคู่รีบรวบรวมสมาธิ หมุนตัวกลับไปค่ายจูเชวี่ยที่เพิ่งทะลวงผ่านออกมายังแนวหลังของศัตรู หมุนกระบวนทัพอย่างฉับพลัน จากนั้นเข่นฆ่ากลับมาอีกหนซิวเจ่อพันกว่าคนที่เพิ่งถูกตีแตกพ่ายกลายเป