สียงหัวร่อฮี่ฮี่ “ทั้งหมดเป็นของเราแล้ว”สตรีซิวเจ่อยืนอยู่ข้างกายมันเหมือนหุ่นไม้จั่วม่ออันที่จริงเพียงกล่าวกับตัวเอง ไม่คาดหวังให้สตรีซิวเจ่อโต้ตอบอันใด ว่ากันตามจริงหากจู่ๆ นางกล่าววาจาออกมา มันต้องแผ่นแน่บไม่คิดชีวิตเป็นแน่ค่ายจูเชวี่ยร้องตวาด ‘ยอมจำนนละเว้นชีวิต’ อย่างพร้อมเพรียงเป็นระยะ ดังกังวานไปไกล ซิวเจ่อหอสำนักนอกที่สิ้นหวังถึงที่สุด พอฟังรีบยอมจำนนอย่างง่ายดายกระทั่งจั่วม่อยังตื่นตะลึงการรบที่สมควรดุเดือดเลือดพล่าน กลับจบลงอย่างง่ายดายเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด แม้แต่จั่วม่อกับกงซุนชายังแทบไม่เชื่อ ว่าผู้คนมากกว่าสี่พันคนจะพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย ยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไขอย่าว่าแต่บรรดาผู้ชมที่ล้วนตะลึงงันกันไปหมดบุรุษกลางคนเป็นคนแรกที่ได้สติ สั่นศีรษะพลางทอดถอน “ท้ายที่สุดสิ่งที่หอสำนักนอกกระทำก็ไม่ใช่วิถีทางอันเที่ยงธรรม กองกำลังที่สร้างขึ้นในลักษณะนี้ ไม่ต้องกล่าวถึงระเบียบวินัยหรือขวัญกำลังใจ ในยามปกติอาจไม่มีปัญหาใด แต่ยามคับขันอันตราย พวกมันก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีแม้แต่ครั้งเดียว”คนร่างใหญ่แค่นเสียงไม่พึงใจ “หากเป็นยอดฝีมือจากสำนักเรา ไม่ทราบผู้ใดว่าจะได้ชัย”บุรุษกลางคนกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “กองกำลังชั้นยอดของสำนักเราสามารถยกขึ้นเทียบกับกองกำลังนี้ได้จริง แต่ด้านแม่ทัพบัญชาการศึกเล่าจะว่าอย่างไร?”คนร่างใหญ่อึ้งงัน ทหารพันคนหาได้ง่าย แต่หนึ่งแม่ทัพยากจะพบพาน คิดเพ