เห็นซิวเจ่อหลายสิบคนยืนเหยียบอยู่บนกระบี่บิน ร่างกายส่องแสงเรืองรอง ทุกคนใบหน้าเย็นยะเยียบ เหินร่อนลงท่ามกลางเหล่าซิวเจ่อหอสำนักนอก คนที่นำมาด้านหน้าสุด พอหยุดยั้งลงก็ชี้นิ้วไปยังเฮ่อเสียง ก่นด่ารัวเร็ว“เฮ่อเสียง! เจ้ากล้ามาก! ศิษย์พี่ใหญ่ถูกคนฆ่าตาย! เจ้ากลับกล้าปกปิดเอาไว้ ไม่รายงานขึ้นไป!”มันไม่แยแสสนใจคำแก้ตัวของเฮ่อเสียง มองกราดไปยังเหล่าผู้อาวุโสด้วยสีหน้าเย็นชา “ในฐานะศิษย์คนรองของท่านบรรพชนฟ้ากระจ่าง ข้าหงจุนเซวียน นับแต่นี้เป็นต้นไปจะเป็นผู้ควบคุมหอสำนักนอก! ผู้ใดไม่เชื่อฟัง ล้วนฆ่าโดยไม่ละเว้น!”ผู้อาวุโสทั้งหมดล้วนสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก แต่ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าววาจาหลายคนเคยพบเห็นหงจุนเซวียนมาก่อน“แต่ข้าผู้มีเมตตาจะให้พวกเจ้าได้มีโอกาสทำคุณไถ่โทษ” หงจุนเซวียนดวงตาทอประกายอำมหิต ชี้ไปยังค่ายเว่ยที่กระจายตัวอยู่บนสนามรบ กล่าวอย่างมืดมน “ข้าจะมอบไพร่พลแก่เจ้าหนึ่งพันคน หากเจ้าสามารถเอาชนะกลุ่มคนบ้านนอกเหล่านี้ได้ข้าจะไม่ถือสาหาความกับเรื่องที่แล้วมาของเจ้า แต่หากผู้ใดไม่กล้าสู้ อย่าได้ตำหนิว่ากระบี่ข้าไร้เมตตา!”เหล่าผู้อาวุโสหน้าเขียวคล้ าพวกมันไม่ล่วงรู้ขีดความสามารถในการสู้รบของกองกำลังนี้ แต่ลำพังเจตนาสังหารอันหนักข้น ก็เพียงพอจะสะท้านขวัญวิญญาณผู้คน เพียงแค่มองดูก็พากันแข้งขาอ่อนยวบ ไม่สามารถปลุกปลอบความกล้าขึ้นมาได้“เป็นไร?” หงจุนเซวียนใบหน้ายิ่งเย็นยะเยียบกว่าเดิม “พ