หยงเวยเฝ้ามองกองกำลังที่หายลับไปตรงเส้นขอบฟ้า ในใจเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงจนพูดไม่ออกหลังจากชมดูการต่อสู้ทั้งหมดด้วยสายตาตนเอง กองกำลังหกร้อยหรือเจ็ดร้อยคนนี้ทิ้งความประทับใจให้แก่นางอย่างลึกล้ า การโถมโจมตีที่แหลมคมราวกับปลายดาบอันพิสดาร ในช่วงเวลานั้น กระทั่งนางเองยังมีความคิดที่จะหลบลี้หนีหน้าไปให้ไกลที่สุดนี่เป็นการต่อสู้ที่แทบไม่อาจเรียกว่าการต่อสู้ มันจบสิ้นลงในช่วงเวลาอันกระชั้นสั้นเป็นที่สุด กองกำลังนี้ประดุจดาบคมกล้า สะบั้นศัตรูออกเป็นชิ้นๆ ในชั่วพริบตาถูกต้อง นอกเหนือจากคำว่าสะบั้น หยงเวยก็ไม่สามารถนึกหาคำใดที่จะใช้บรรยายฉากที่นางเห็นได้เหมาะสมไปกว่านี้อีกฝ่ายศัตรูเป็นกองกำลังที่มีไพร่พลร่วมหนึ่งพันคน!เหล่าองครักษ์จวนที่อยู่ข้างกายหยงเวยล้วนปากอ้าตาค้าง มองตามท้องฟ้าว่างเปล่าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ฉากที่ได้ชมดูเมื่อครู่ส่งผลกระทบกับพวกมันอย่างใหญ่หลวง การพุ่งจู่โจมอันคมกล้าที่ไร้ผู้ต้านติด ราวกับสายฟ้าทะลวงเข้าไปในหัวใจของพวกมันด้วย!กองกำลังพันคนไม่ต่างอันใดกับคนกระดาษ เพียงปะทะครั้งเดียว พวกมันก็แตกพ่าย กองทัพพังทลายเป็นเสี่ยงๆ หยงเวยไม่เคยคาดคิด ว่าเมื่อเสียงกรีดฝ่าอากาศกับพลังสภาวะสุดแหลมคมของปราณกระบี่ยักษ์มาประกอบเข้าด้วยกัน จะงดงามตระการตาถึงเพียงนั้น กระชากขวัญวิญญาณถึงเพียงนั้น กระทั่งพวกมันที่เป็นเพียงผู้ชม ยังรู้สึกหนังศีรษะชาซ่าน มือเท้าเย็นเฉียบ แล้วบรรดาผู้ที่