ร่างกลมดิกของเจ้าพลิงน้อยแข็งทื่อในบัดดล
เจดีย์น้อยยกชายคาหอขึ้นปิดหน้า ร่างเจดีย์ทั้งหมดแดงก่ำเหมือนกุ้งต้ม
หลังจากศึกษาค้นคว้าอยู่ครู่ใหญ่ จั่อม่อรู้สึกไม่ได้ค้นพบมรรคผลอันใด ตัดสินใจไม่เสียเวลาอีกต่อไป การคิดหวังว่าฝูงตัวตะกละเหล่านี้จะช่วยเหลือมันได้ นับว่าเข้าตาจนจนร้อนรนเกินไปจริงๆ
มันไม่สมควรคาดหวังกับตัวตะกละเหล่านี้แต่แรก… …
จั่วม่อในหัวใจมีเลือดหยาดหยด จิงสือมากมายหายลับไป… …
ทั้งสี่รีบแจ้นกลับไปยังเหมืองอย่างรวดเร็ว ราวกับได้รับการละเว้นโทษประหาร
จั่วม่อในที่สุดตกลงใจกระทำด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม มันไม่กล้าทดลองบนหอรบค่ายกลสงคราม หากมันเผลอประมาทสักเล็กน้อย หอรบทั้งหอจะระเบิดเป็นผุยผง ดังนั้นมันนำเมฆมงคลระดับสามออกจากคลังสินค้าก้อนหนึ่ง นั่งบนก้อนเมฆ ลอยขึ้นไปบนท้องฟั้าเหนือตัวเมือง
เมฆมงคลนุ่มนิ่มเหมือนปุยฝั้าย ยกเว้นแต่บุคคลเจ้าสำราญ โดยทั่วไปไม่มีผู้ใดใช้เมฆมงคล เมื่อเทียบกับสัตว์ปราณหรือกระบี่บินแล้ว ความเร็วในการบินของเมฆมงคลนับว่าเชื่องช้ายิ่ง อย่างไรก็ตาม เมฆมงคลระดับสูงบางชนิดมีความเร็วสูงมาก ยกตัวอย่างเช่นเมฆตีลังกา*ที่มีชื่อเสียงกระเดื่องดัง ในบรรดาพาหนะระดับห้า ความเร็วของมันอยู่ในสิบลำดับแรก เมฆมงคลทั่วไปแม้เชื่องช้า แต่ยังมีประโยชน์ข้อหนึ่ง นั่นคือไม่จำเป็นต้องควบคุมให้ลอยตัวแต่อย่างใด
(*หมายถึงเมฆวิเศษของซุนหงอคง)
เมฆมงคลก้อนนี้มีขนาดเท่าฝั่ามือ แต่เมื่อโยนอ