ครม โครม!
แผ่นหินชิ้นใหญ่ๆ ทยอยร่วงหล่นลงมาดุจห่าฝน ภายในไม่กี่อึดใจ ภายในอุโมงค์เหมืองก็เต็มไปด้วยก้อนหิน เจดีย์น้อยหมุนคว้างขึ้นกลางอากาศอย่างปิติยินดี เหล่าหุ่นเชิดทองแดงถาโถมเรียงหน้ากันเข้ามาในบัดดล
ภายในระยะเวลาอันสั้น ก้อนแร่ก็กองสุมซ้อนเป็นภูเขาเลากา
เจ้าตัวเล็กทั้งสี่เริ่มเล่นกันอีกครั้ง เสียงจี้จี้จี้อย่างร่าเริงของเจ้าเพลิงน้อยสะท้อนก้องไปทั้งถ้ำ
“หอสาขาแห่งที่สาม” เหลยเผิงจุปาก “ฮี่ฮี่ คราวนี้แม่นางน้อยเอาจริงแล้ว”
เหนียนลู่หยิบกระจกออกมา หวีเส้นผมที่ถูกลมเปั่าจนกระเซอะกระเซิงให้เรียบร้อยพลางกล่าวว่า “น่าเสียดายที่ไม่มีซิวเจ่อสตรีแม้แต่คนเดียว เมื่อไม่มีเสียงกรีดร้องที่บ้าคลั่งของพวกนาง ช่างไม่คุ้นเคยจริงๆ น่าเสียดายที่ไม่มีนางใดได้ชื่นชมฉากการลงมืออย่างงดงามของข้า”
เหลยเผิงไม่แยแสสนใจเจ้าบ้าผู้นี้อย่างสิ้นเชิง กล่าวอย่างสงสัยใจว่า “ด้วยนิสัยใจคอของแม่นางน้อย เมื่อตัดสินใจลงมือ ย่อมไม่คิดทุบตีหอสาขาเหล่านี้เพื่อระบายอารมณ์เป็นแน่ พวกเจ้าคิดว่าเราจะโจมตีที่ใดต่อไป?”
นี่เป็นคำถามที่หลายคนกำลังครุ่นคิดอยู่เช่นกัน เซี่ยซานเป็นหนึ่งในนั้น
ม้าฝานคาบก้านหญ้าไว้ที่มุมปาก นอนเหยียดยาวอย่างเกียจคร้านอยู่บนพื้น พลันโพล่งขึ้นมาว่า “หากเป็นข้า ข้าจะดักโจมตีกองทัพหนุน”
“ทัพหนุน?” เซี่ยซานพอฟังก็มีสีหน้าครุ่นคิด ในฐานะสองคนที่มีอำนาจมากที่สุดในค่ายจูเชวี่ย มิตรภาพระหว่างทั้งสองค่อยๆ ล