หยงเวยไม่ใช่เพิ่งมายังอาณาจักรขุนเขาน้อยเป็นครั้งแรก แต่เมื่อนางพบเห็นอาณาจักรขุนเขาน้อยที่อยู่ในสภาพพังพินาศ ยังคงตะลึงลาน เหล่าองครักษ์ของจวนที่มากับนางล้วนตกตะลึงพอๆ กัน
“พรรคฟั้ากระจ่างไม่ใช่ตัวดีจริงๆ! พวกเจ้าดูอาณาจักรขุนเขาน้อย ดูว่าพวกมันทำอันใดกับที่แห่งนี้?” บางคนพึมพำ
“ใช่แล้ว พวกมันจะต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์!”
“หรือว่าโหวเหยีย*คิดลงมือกับพรรคฟั้ากระจ่าง?” (โหวเหยีย – หมายถึงท่านพระยาโหวเป็นชื่อบรรดาศักดิ์ ในที่นี้เทียบเท่าชั้น พระยา ของไทย)
“อย่าคาดเดาเหลวไหล… …”
ได้ยินคำบ่นพึมพำของเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา หยงเวยไม่ได้กล่าววาจา จิตใจฟุั้งซ่านอยู่บ้าง อึดใจใหญ่ค่อยได้สติคืนมา นางไม่ได้พบบรรพชนฟั้ากระจ่างอย่างที่คาดไว้ ตราสัญลักษณ์ของโหวเหยียพอถูกนำเสนอขึ้นไป พรรคฟั้ากระจ่างก็ปล่อยให้พวกนางเข้าสู่อาณาจักรขุนเขาน้อยอย่างสะดวกดาย
นางรู้สึกถึงอารมณ์ตึงเครียดของพรรคฟั้ากระจ่างได้อย่างชัดเจน นางยังได้ยินพวกมันถกเถียงกันเบาๆ คล้ายมีปัญหา
อาณาจักรขุนเขาน้อยใช่เกิดเรื่องขึ้นอีกครั้งหรือไม่?
อุบัติการณ์ดาวพร่างกลางทิวาในอาณาจักรนภาจันทร์คราวนั้น ก่อกวนผู้คนมากมายนางทราบว่าโหวเหยียสนอกสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ แม้ว่านางถูกโหวเหยียเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยังแทบไม่เคยเห็นโหวเหยียห่วงกังวลกับเรื่องใดถึงเพียงนี้มาก่อน
โหวเหยียมีประวัติความเป็นมาลึกลับ เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในอาณาจักรนภา