จันทร์ในคราวนั้น แม้ว่าโหวเหยียจะไม่ได้ยื่นมือเข้าข้องเกี่ยว แต่เพราะดาวพร่างกลางทิวาครั้งนั้นเอง เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดกังวลบนใบหน้าของโหวเหยีย
และนี่เป็นครั้งที่สอง มิหนำซ้ำยังเป็นเพราะดาวพร่างกลางทิวาอีกหน
ในจวนของโหวเหยียมีม้วนหยกและบันทึกเก่าแก่มากมาย เมื่อเติบโตขึ้นในจวนตั้งแต่เล็กความรอบรู้ของหยงเวยก็ลึกล้ำกว้างขวางกว่าซิวเจ่อส่วนใหญ่ นางทราบว่าดาวพร่างกลางทิวาเป็นเรื่องราวใด
นางรู้สึกงงงวยอยู่บ้าง โหวเหยียที่นางรู้จักในยามปกติ คือคนไม่อินังขังขอบผู้หนึ่ง ยามนี้โหวเหยียกลับวิตกกังวลกับเรื่องนี้ นางย่อมอดกังวลไม่ได้เช่นกัน
หยงเวยตั้งสติ ระงับจิตใจ กล่าวหนักๆ “ไปกันเถอะ”
องครักษ์จวนหุบปากทันควัน คุณหนูหยงแม้ว่าจะไม่ใช่เชื้อสายโดยตรงของโหวเหยีย แต่ในแง่ความรักใคร่เอ็นดู นางเป็นอันดับแรกในจวน ที่สำคัญคุณหนูหยงไม่เคยทำให้โหวเหยียผิดหวัง นางเด่นล้ำทุกด้านตั้งแต่เยาว์วัย เพียงแต่นางไม่ชมชอบออกจากจวน จึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป บรรดาองครักษ์จวนไม่ว่าจะอยู่ในจวนมานานเท่าใด ยามพบเห็นนางล้วนเคารพนบนอบ ไม่กล้าวางท่าเย่อหยิ่งแม้แต่น้อย
หยงเวยเริ่มรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมา นางสมควรเริ่มต้นตรวจสอบดาวพร่างกลางทิวาจากที่ใด?
เจี่ยงห่าวมองใบรางวัลนำจับ น้ำลายแทบไหลหยดย้อย “พี่ใหญ่ ทีนี้เราจะรวยกันยกใหญ่แล้ว!” คนอื่นๆ ก็เผยสีหน้าละโมบอย่างไม่ปิดบัง
เจี่ยงเหวยกลืน