้นหยกแดง แผ่ซ่านกลิ่นอายอุ่นระอุ แต่สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุด คือก้อนหินนี้มีพลังชีวิตอันเข้มแข็ง หากผู้ใดเข้าไปใกล้ จะได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างเลือนราง
เจ้านี่เป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่? จั่วม่อรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ หลังจากเดินวนรอบก้อนหิน ชมดูอยู่นาน เค้นสมองครุ่นคิดเท่าใด ยังไม่สามารถนึกออกว่าก้อนหินสีแดงที่ร้อนแรงนี้เป็นสิ่งใดกันแน่ …เช่นนั้นก็เหลือเพียงวิธีเดียว…
“ผูเยา เจ้านี่คือสิ่งใด?” จั่วม่อแล่นเข้าไปถามผูเยา
ผูเยานั่งอยู่หน้าปั้ายศิลาสุสาน หลับตาผ่อนคลาย ทำท่าราวกับไม่ได้ยินจั่วม่อ
เห็นสีหน้าท่าทีของผูเยา จั่วม่อเข้าใจว่าเจ้าผู้นี้ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม มันได้ลืมเลือนสิ่งที่มันเคยทำไปตั้งนานแล้ว
ลูกผู้ชายยกขึ้นได้วางลงได้ เกอจะยอมทนไปก่อน
จั่วม่อปันรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้า “ผูเยา เจ้าเป็นอสูรฟั้าผู้ทรงเกียรติ จะมาขุ่นข้องหมองใจอันใดกับคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างข้า? เกอ … อ้า ไม่ใช่ๆ หากน้องเล็กผู้นี้มีที่ใดล่วงเกินไปบ้าง โปรดอย่าถือสาเลย”
ผูเยาดวงตายังคงปิดสนิท ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่จั่วม่อสังเกตเห็นเอวของผูเยายืดเหยียดขึ้นเล็กน้อย
ได้ผล!
“ผูเยา เจ้าเป็นอสูรฟั้าอายุพันปี! ท่วงท่าอันงามสง่านั่น จิตใจอันกว้างขวางของเจ้า กว้างกว่าแผ่นฟั้า ลึกล้ำกว่าห้วงสมุทร ภูมิปัญญาของเจ้า เจ้า… …”
“พอแล้ว พอแล้ว! เลิกเยินยอข้าเสียที!” ผูเยาอดรนทนไม่ไหว แต่รอยยิ้มที่มุ