่างจากเจ้า ต่อให้เจ้าเป็นจินตัน ยังจะทำอะไรข้าได้? จินตันไม่ได้มีสามเศียรหกกรเสียหน่อย ข้าไม่ต้องการเมล็ดข้าวปราณของเจ้าอีกต่อไป”
“หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง อาณาจักรขุนเขาน้อยแม้ยังคงเป็นกรง แต่ภายในกรงกลับสะดวกสบายขึ้นบ้าง ในระยะสั้น ผู้คนไม่ต้องกังวลกับเรื่องที่พลังบำเพ็ญเพียรจะถดถอยลงอีก” จั่วม่อกล่าวสืบต่อ “ไม่มีผู้ใดชมชอบพรรคฟั้ากระจ่าง ในระยะสั้นเมื่อไม่มีการคุกคามจากข้าวปราณ เมื่อเราเปิดศึกกับพรรคฟั้ากระจ่าง พวกมันจึงไม่ช่วยเหลือพรรคฟั้ากระจ่าง”
เปาอี้ในที่สุดค่อยเข้าใจกระจ่าง รีบถามว่า “เช่นนั้นพวกมันจะช่วยฝั่ายเราใช่หรือไม่?หากเราโค่นพรรคฟั้ากระจ่างได้สำเร็จ นี่จะเป็นประโยชน์กับทุกผู้คน!”
“ย่อมไม่” จั่วม่อตอบอย่างรวบรัดชัดเจน “เจ้าไม่ได้ให้จิงสือแก่พวกมัน พวกมันไฉนต้องช่วยเจ้า? พวกมันยังต้องคิดเผื่อว่าหากพวกเราพ่ายแพ้ จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?พวกมันยังคงต้องอยู่ในกรงแห่งนี้”
เปาอี้เงียบงันไปถนัดตา มันทราบดีว่าเหล่าปั่านกล่าวไม่ผิด แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดยังคงรู้สึกผิดหวังกับคำตอบนี้อยู่บ้าง
จั่วม่อล่วงรู้ความรู้สึกของเปาอี้ จึงปลอบโยนว่า “ไม่เป็นไร เราไม่ได้คิดฝากความหวังไว้กับพวกมันแต่แรกแล้ว เราจะพึ่งพาพลังของพวกเราเองเท่านั้น!”
“อา! เหล่าปั่านวางใจ ข้าทราบว่าต้องทำอย่างไร” เปาอี้ผงกศีรษะอย่างมุ่งมั่น ในดวงตามันสาดประกายเย็นเยียบที่แทบจะไม่อาจสังเกตเห็นได้
ในใจมันเต็มไปด้วยพลังต่อสู