งมีวาจาจะคัดค้าน จั่วม่อโบกมือตัดบท กล่าวว่า “ต่อให้พวกมันโง่งมจนหนีไปจริงๆ ด้านนี้เราแม้ขาดทุน แต่ก็ไม่ได้มากมายอันใด มิหนำซ้ำอีกด้านหนึ่งเราจะได้ประโยชน์ จดจำไว้ นอกเหนือจากการทำกำไรจิงสือแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องมุ่งเน้นขายฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำให้ได้มากที่สุด”
กล่าวถึงตรงนี้ เปาอี้สับสนงุนงงแล้ว
“เมื่อมีฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำ พวกมันยังจะต้องการเมล็ดข้าวปราณอีกหรือไม่?”จั่วม่อถามชี้นำ
“ย่อมไม่ต้องการ” เปาอี้สั่นศีรษะอย่างมั่นใจ
“นั่นคือจุดสำคัญ” จั่วม่อค่อยๆ แยกแยะอย่างไม่คิดขุ่นข้องรำคาญ “เมื่อพวกมันไม่ต้องการข้าวปราณ ย่อมไม่ถูกพรรคฟั้ากระจ่างควบคุมบังคับอีก ต่อไปหากเราเปิดศึกกับพรรคฟั้ากระจ่าง พวกมันจะไม่ถูกบีบบังคับให้ช่วยเหลือพรรคฟั้ากระจ่าง สำหรับพวกเราเรื่องนี้สำคัญมาก เจ้าก็ทราบว่าจิงสือย่อมดีกว่าเมล็ดข้าวปราณมาก”
“หากบรรพชนฟั้ากระจ่างมาด้วยตัวเอง พวกมันจะกล้า… …” เปาอี้ยังคงเห็นแย้ง
“จินตันผู้หนึ่งปกครองอาณาจักรอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เจ้าเคยได้ยินเรื่องเช่นนี้หรือ?” จั่วม่อย้อนถาม จากนั้นตอบคำถามของตนเองโดยไม่รอเปาอี้ “ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน ลองนึกดู ผู้คนไฉนเกรงกลัวพรรคฟั้ากระจ่าง? นั่นย่อมไม่ใช่เพราะบรรพชนฟั้ากระจ่าง แต่เป็นเพราะข้าวปราณต่างหาก เมื่อไม่มีห่วงรัดคอที่ชื่อว่าเมล็ดข้าวปราณ ทุกผู้คนจะคิด ข้าไม่อาจเอาชัยเจ้าได้ แต่ข้าไม่รู้จักหลบลี้หนีหน้าหรือ? หากข้าคอยหลีกเลี่ยงอยู่ห