านับถือเลื่อมใสอย่างแท้จริง คนอื่นๆ ก็ล้วนรู้สึกเช่นเดียวกัน
จั่วม่อทำเสียงรับคำในลำคอ จากนั้นกล่าว “มีอันใดน่าชื่นชม เราเพียงแค่หยอกเย้าพวกมันเล่นเท่านั้น”
รอบข้างเงียบกริบดุจปั่าช้าในบัดดล
หลิ่วกุ้ยแตกตื่นจนแทบพลัดตกลงจากท้องฟั้า พอตั้งสติได้ค่อยหันไปมองคนอื่น เห็นทั้งหมดล้วนอ้าปากค้าง เหม่อมองจั่วม่ออย่างโง่งม
จั่วม่อกลับมองพวกมันด้วยสายตาแปลกๆ “พวกเจ้าไฉนทำหน้าเช่นนั้น? เมืองหนานเสิ้งไม่ได้ยากจะโจมตีเหมือนที่พวกเจ้าคิดเสียหน่อย”
ทุกผู้คน ไม่เว้นแม้กระทั่งเจิ้งจง แทบไม่อาจดึงขวัญวิญญาณของตนกลับมาจากอาการตื่นตะลึงได้
เจิ้งจงตั้งสติได้เร็วที่สุด ตั้งแต่แรกมันก็คิดว่าจั่วม่อเป็นศิษย์สำนักใหญ่ นี่ดูเหมือนจะยืนยันการคาดเดาของมันได้เป็นอย่างดี ในอาณาจักรขุนเขาน้อยปัจจุบัน ไม่เคยมีผู้ใดต่อต้านพรรคฟั้ากระจ่างอย่างเปิดเผยเช่นนี้
ทันใดนั้น จุดดำกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟั้า
จุดดำเล็กๆ เหล่านั้นเหินบินด้วยความเร็วสุดขีด เพียงอึดใจเดียวก็เข้ามาถึงระยะยี่สิบลี้ พวกมันค่อยเห็นคนกลุ่มนั้นชัดตา นี่เป็นกลุ่มที่มีอยู่ราวๆ ยี่สิบคน
เจิ้งจงใจสั่นสะท้าน ดวงตาทอแววตื่นตะลึง ตวาดเสียงดังลั่น “ทุกคนระวัง!”
ซิวเจ่อยี่สิบกว่าคนพุ่งเข้ามาเร็วมาก แต่สิ่งที่ทำให้เจิ้งจงสะท้านใจมากที่สุด คือกระบวนทัพของอีกฝั่าย! เหินบินด้วยความเร็วสุดขีดเช่นนี้ กระบวนทัพค่ายกลของคนกลุ่มนี้กลับไม่รวนเรแม้แต่น้อย ราวกับกระ