ย่างไรก็ตาม มันพลันเข้าใจอย่างรวดเร็วว่าคนเหล่านี้คิดอย่างไร
ก่อนหน้านี้มันเพียงคิดหาทางลอบเชือดหวงจั๋วกวงเท่านั้น ตอนนี้สถานการณ์กลายเป็นเช่นนี้ นับว่าเหนือความคาดหมายของมันไปแล้ว
แต่คำตอบของมันนั้นรวดเร็วมาก “หากเป็นเช่นนี้ ก่อนอื่นเราต้องร่วมมือกันฆ่าหวงจั๋วกวงเสียก่อน หากไม่ฆ่ามันให้สิ้นเรื่องสิ้นราว เขตแดนลับนี้ยังไม่ถือว่าอยู่ในมือเรา”
วาจาของจั่วม่อพอกล่าวออกมา หลายคนเริ่มลังเลอย่างเห็นได้ชัด พวกมันเพียงแต่แสวงหาความร่ำรวย แต่ไม่คิดเอาชีวิตมาทิ้ง ชื่อเสียงอันโหดเหี้ยมของหวงจั๋วกวงหยั่งรากลึกในใจของพวกมันมานานแล้ว
บุรุษที่กล่าววาจาเป็นคนแรกพลันเอ่ยปาก “พวกเราเกรงกลัวอันใด? หากหวงจั๋วกวงหนีรอดไปได้ พวกเราที่อยู่ที่นี่ในวันนี้ ยังจะมีผู้ใดหลบหนีความรับผิดชอบได้? ศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างล้วนล้มตายเป็นเบืออยู่ที่นี่”
จั่วม่อต้องลอบชมเชยความปราดเปรื่องของคนผู้นี้
จริงดังคาด ผู้คนที่ลังเลเริ่มกู่ร้องอย่างฮึกเหิม “ลงมือเถอะ!”
“พวกเรามีกันตั้งมากมาย แค่ฟันคนละกระบี่ก็สามารถเชือดมันทิ้งในทันที!”
จั่วม่อช่วยเติมเชื้อไฟในช่วงเวลาที่ดีที่สุด “บนร่างของหวงจั๋วกวงมียุทธภัณฑ์เวทดีๆอยู่หลายชิ้น ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดมีโชควาสนาแล้ว”
วาจาประดานี้ได้ผลอย่างยิ่ง! ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจมากไปกว่ายุทธภัณฑ์เวท ความฮึกเหิมของพวกมันพลุ่งพล่านขึ้นมาในบัดดล หลิ่วกุ้ยกับพวกพอฟังเช่นนี้ ค่อยปิติยินดีขึ้นมา