นนึกถึงไฟเวิ้งว้างเมื่อคราวที่แล้ว เดิมทีมันตั้งชื่อกระบวนท่าที่ใช้ออกโดยบังเอิญในคราวนั้นว่า ‘ร่วงหล่นจากฟากฟั้า’ แต่ต่อมาค่อยล่วงรู้ว่าว่ากระบวนท่านี้มีนามเรียกขานว่าเพลิงดาวตกเวิ้งว้าง มีชื่อเสียงเลื่องลือในหมู่นักบวชเซน
อย่างไรก็ตาม จงหยูเคยทดลองหลายครั้งหลายหน แต่ไม่อาจสร้างไฟเวิ้งว้างขึ้นมาได้
แต่จั่วม่อพบลักษณะเฉพาะบางอย่าง กระแสอากาศปันปั่วนรอบกายมันจะไม่กระจัดกระจายออกไปในระหว่างที่พุ่งดิ่งลงมา เมื่อความเร็วของมันบรรลุถึงระดับหนึ่ง มันสามารถฉีกกระแสอากาศปันปั่วน สร้างแรงดูดแปลกประหลาดชนิดหนึ่ง แรงดูดนี้จะยับยั้งกระแสอากาศปันปั่วนให้แนบชิดกับร่างกายของมัน ก่อเกิดเป็นพื้นที่กระแสปันปั่วนแห่งหนึ่ง
ไฟเวิ้งว้างจะถือกำเนิดขึ้นในพื้นที่กระแสปันปั่วนนี้เอง
เช่นเดียวกับหินจุดไฟสองก้อนกระแทกใส่กัน เกิดประกายไฟแลบพุ่งออกมา ในพื้นที่กระแสปันปั่วนนี้ ประดุจก้อนหินจุดไฟ เคลื่อนที่เข้าชนกับหินจุดไฟอีกก้อนด้วยความเร็วสูงมาก ย่อมบังเกิดประกายไฟขึ้นตามธรรมชาติ
จิตสำนึกของจั่วม่อไม่ต่างอันใดจากเส้นหนวดเล็กละเอียด กระตุ้นกระแสปันปั่วนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
ซี่ เปรี๊ยะ!
เส้นใยไฟพวยพุ่งออกมาจากกระแสอากาศปันปั่วนรอบกายมัน อย่างรวดเร็ว พื้นที่กระแสปันปั่วนรอบกายจั่วม่อราวกับฟืนชุ่มน้ำมัน ลุกพรึ่บขึ้นโดยพร้อมเพรียง
เห็นเส้นใยเพลิงนับสิบสาย ราวกับงูไฟสิบกว่าตัว แหวกว่ายหมุนควงไปตามร่างกายขอ