ร้องและความตื่นตระหนกของเหล่าศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างไม่ได้ทำให้ดวงตาของหวงจั๋วกวงสั่นไหวแม้แต่น้อย มันเพียงจ้องมองเจิ้งจงตาเขม็ง แล้วแย้มยิ้มเย้ยหยัน“โอ้ ที่แท้เป็นหนิงม่ายขั้นสาม ไม่น่าแปลกใจที่อาจหาญถึงเพียงนี้”
เจิ้งจงไม่ได้หลุบตาลงต่ำในสภาพครึ่งหลับครึ่งลืมเหมือนเคย ในดวงตาเยือกเย็นของมัน สาดประกายเจตนาสังหารและความกระหายการต่อสู้อย่างแรงกล้า
หวงจั๋วกวงเผยรอยยิ้มดูหมิ่น กล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า “ไป ไปกันเถอะ” จบคำก็ทะยานร่างขึ้นกลางอากาศ
เจิ้งจงติดตามขึ้นไปบนท้องฟั้าอย่างไม่ลังเล
จั่วม่อมองซ้ายทีขวาที เห็นไม่มีผู้ใดสนใจมันสักคน จู่ๆ มันก็ไม่รู้จะหัวร่อหรือร่ำไห้ดีแต่นี่นับว่าส่งผลดีต่อกิจธุระของมัน มันจับตามองเหลยเฮ่าจากระยะไกล เห็นอีกฝั่ายแตกตื่นลนลานและคิดหลบหนี
ซิวเจ่อที่กวาดต้อนมาล้วนเต็มไปด้วยความขุ่นแค้นชิงชังต่อศิษย์พรรคฟั้ากระจ่าง แต่เนื่องจากอีกฝั่ายเป็นพรรคฟั้ากระจ่าง จึงไม่มีผู้ใดกล้ากล่าววาจา แต่ในเวลานี้ พอเจิ้งจงลงมือ สถานการณ์กลายเป็นสับสนวุ่นวาย หลิ่วกุ้ยฉวยโอกาสเติมเชื้อไฟ จงใจตะโกนเสียงดัง “กระบี่บิน! กระบี่บินระดับสี่เล่มนั้น! อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!”
วาจาประดานี้พอกล่าวออกมา ก็สั่นคลอนจิตใจของหลายคนในทันที กระบี่บินล้ำค่าที่เปียมด้วยรังสีสังหารบริสุทธิ์ แน่นอนว่าต้องเป็นกระบี่บินระดับสี่ชั้นสุดยอดที่หาได้ยากเล่มหนึ่ง
“ผู้ใดกล้า? คิดฉกชิงสิ่งของจากพรรคฟั้ากร