ะจ่าง! พวกเจ้าใช่รำคาญในการมีชีวิตสืบต่อแล้วหรือไม่!” ศิษย์ที่ถือกระบี่เขี้ยวขาวตวาดอย่างดุดัน
หลิ่วกุ้ยซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน คำรามตอบโต้ว่า “ขี้ขลาดหิวโหยตาย กล้าหาญท้องแตกตาย ผู้ใดจะรู้ว่าเป็นฝีมือใคร!”
ทุกผู้คนครุ่นคิด ใช่แล้ว สถานการณ์วุ่นวายถึงเพียงนี้ พวกมันย่อมไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดคว้าสิ่งของไป ซิวเจ่อที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ในอาณาจักรขุนเขาน้อยจนถึงตอนนี้ ผู้ใดไม่เผ็ดร้อนดุร้าย?
ชั่วพริบตานั้น ลำแสงกระบี่สิบกว่าสายกรีดฝั่าอากาศ พุ่งใส่ศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างผู้นั้นเป็นจุดเดียว
จั่วม่อที่บินห่างออกไป พอเห็นฉากนี้ถึงกับอกสั่นขวัญแขวนไปด้วย นึกยินดีที่มันฉากหลบออกมาได้เร็วพอ มิเช่นนั้นคงไม่พ้นถูกหางเลขไปด้วย
“เจ้า… …” ศิษย์ผู้นั้นทั้งเดือดดาลทั้งหวาดกลัว กล่าววาจายังไม่ทันจบสิ้น ก็ถูกปราณกระบี่สิบกว่าสายสับละเอียดเป็นเนื้อบด จั่วม่อมือเท้าเย็นเฉียบ หนาววูบไปถึงขั้วหัวใจ
ทุกผู้คนโถมเข้าคว้ากระบี่เขี้ยวขาวไล่ๆ กัน หลังจากแก่งแย่งวุ่นวายช่วงสั้นๆ ซิวเจ่อผู้หนึ่งตาดีมือไวคว้ากระบี่บินติดมือแน่น ก่อนจะหมุนตัว หลบหนีไม่คิดชีวิต ซิวเจ่อที่พลาดหวังจากกระบี่บินก็ไม่ยอมน้อยหน้า สิ่งของที่เหลืออยู่บนร่างกายของศิษย์เคราะห์ร้ายล้วนถูกหยิบฉวยไปจนเกลี้ยงเกลา
ซิวเจ่อที่หยิบฉวยไม่ทันผู้อื่น หันดวงตาแดงฉานไปยังศิษย์ฟั้ากระจ่างคนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว
พวกมันจู่ๆ ก็พบว่า เมื่อไม่มีกลิ่นอายของพรรคฟั้ากระจ