ียงแย้มยิ้ม แล้วหลุบตาลงตามเดิม
เห็นรอยยิ้มแฝงความนัยของเจิ้งจง จั่วม่อหนังศีรษะชาซ่าน มันตัดสินใจอยู่ห่างจากคนกลุ่มนี้ มิให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน ถึงตอนนี้มันแน่ใจแล้วว่าคนเหล่านี้มุ่งเปั้าไปที่เขตแดนลับ เขตแดนลับอันใด มันไม่มีปัญญาไปสนใจ หวังเพียงว่าพวกมันจะไม่ทำลายแผนการของตน
“ศิษย์พี่ ข้าไม่เห็นว่าคนผู้นี้มีอันใดโดดเด่น!” ศิษย์น้องผู้หนึ่งกล่าวถามผ่านภาษาลับ
พวกมันสามารถสื่อสารผ่านภาษาลับที่รู้กันเฉพาะกลุ่ม ผู้อื่นไม่อาจตรวจพบได้
หลิ่วกุ้ยเหลือบมองแวบหนึ่ง กล่าวตอบด้วยวิธีการสื่อสารลับเช่นกัน “ข้ารู้สึกว่าคนผู้นี้มีที่มาไม่เรียบง่ายสามัญ เจ้าดู มันไม่มีทีท่าตึงเครียดกังวลแม้แต่น้อย”
เจิ้งจงพลันกล่าวว่า “เจตนาสังหารติดอยู่บนร่างของมัน ยังไม่จางหาย มันเพิ่งฆ่าคนอย่างน้อยสี่หรือห้าคน”
ประโยคเหล่านี้กล่าวออกมาอย่างไม่มีปีมีขลุ่ย คนอื่นๆ สะท้านขึ้นทั้งร่าง
“ไม่… … ไม่มีทาง!” ศิษย์น้องผู้หนึ่งตะกุกตะกักออกมา “ไม่ใช่ว่ามันมีพลังบำเพ็ญเพียรด่านหนิงม่ายขั้นแรกเท่านั้น? มันจะฆ่าคนสี่ห้าคนได้อย่างไร?”
คนอื่นๆ ล้วนเผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่ออย่างพร้อมเพรียง
ในอาณาจักรขุนเขาน้อยแห่งนี้ ยากจะจินตนาการว่าซิวเจ่อด่านหนิงม่ายขั้นแรกผู้หนึ่งสามารถฆ่าคนสี่ห้าคนในรวดเดียว ด่านหนิงม่ายขั้นแรกเป็นพลังอำนาจระดับต่ำที่สุดในอาณาจักรขุนเขาน้อยปัจจุบัน กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ทุกคนที่มันฆ่าล้วนไม่ได้อ่อนแอกว่ามัน