อาศัยตัวเองเพียงลำพังเข่นฆ่าผู้คนสี่ห้าคนที่ไม่ได้อ่อนด้อยกว่าตน นี่เป็นเรื่องที่กระทำได้ยากมาก
“บางทีมันอาจจะมียุทธภัณฑ์เวทที่ร้ายกาจกระมัง?” ศิษย์น้องผู้หนึ่งกล่าวผ่านภาษาลับ
“อย่าตอแยมัน” เจิ้งจงกล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้ไม่เรียบง่ายปานนั้น ทุกคนระมัดระวังให้มาก”
จั่วม่อสังเกตเห็นคนเหล่านี้เหลือบมองมันเป็นครั้งคราว ต้องลอบคร่ำครวญอย่างหวนโหย ไม่ใช่ว่ามันกลายเป็นเปั้าหมายของคนเหล่านี้เล่า? นี่ไม่ใช่เรื่องดี!
กลุ่มคนทั้งหมดมีอยู่ประมาณยี่สิบกว่าคน จั่วม่อสงสัยว่าศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างเหล่านี้ได้หยุดยั้งซิวเจ่อทุกคนที่พวกมันพบ บางครั้งมันยังได้ยินคนเหล่านี้สนทนากัน แต่ศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างไม่ได้คบคุมพวกมัน
หลังจากเดินทางต่ออีกหนึ่งชั่วยาม พวกมันพบพานศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างอีกสองคน
ในหนึ่งสองรีบกล่าว “พวกเจ้าชักช้ายิ่ง! ศิษย์พี่หวงรอพวกเจ้าอยู่ ไหนจะลู่ฮุยอีก เราไม่รู้ว่ามันวิ่งพล่านไปที่ใด ไม่สนใจหน้าที่ของตน ฮึ่ม ครั้งนี้มันจะไม่ได้รับส่วนแบ่ง!”
ศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างที่กวาดต้อนกลุ่มคนมาตอบโต้ว่า “เช่นนั้นก็ประเสริฐ บางทีเราอาจจะได้รับสินค้าเพิ่มอีกสักสองสามชิ้น!”
คนอื่นๆ หัวร่อโดยพร้อมเพรียง
“พวกเจ้าดูเหมือนเก็บเกี่ยวได้ไม่เลว รีบด่วน ศิษย์พี่หวงรอจนขุ่นข้องรำคาญแล้ว”
จั่วม่อในใจลอบบังเกิดความคิดฆ่าฟัน ศิษย์พรรคฟั้ากระจ่างเหล่านี้ช่างแห่แหนกันอย่างเอิกเกริกน