ม่อแค่นเสียงเฮอะคำหนึ่ง หมุนตัวจากไปทันที รอจนออกจากทะเลแห่งจิตสำนึก พลันนึกขึ้นได้ว่าทีแรกมันไปหาผูเยาเพราะเหตุใด ต้องลอบคร่ำครวญอย่างหวนโหย เผลอปากไวไปหน่อย หลงลืมธุระไปเสียได้ จบกันจบกัน!
หากมันหวนกลับไปหาผูเยาในตอนนี้ มิเท่ากับตบปากตัวเองหรอกหรือ แม้ว่าผู้คนมักกล่าวว่ายอดบุรุษต้องยกขึ้นได้วางลงได้ แต่พอนึกถึงสีหน้าหยามเหยียดของผูเยา จั่วม่อตัดสินใจรอไปสักพักจะดีกว่า
ภายในทะเลแห่งจิตสำนึก ผูเยาขบกรามแน่น ใบหน้ามันบัดเดี๋ยวเขียวคล้ำ บัดเดี๋ยวซีดขาว ด้านหลังมัน เงาหนึ่งลอยอยู่บนปั้ายศิลาสุสาน แต่เดิมเป็นโครงร่างรูปมนุษย์ที่คลุมเครือรางเลือน เวลานี้กลายเป็นกองเส้นยุ่งเหยิงอย่างสมบูรณ์
“ไม่เคยมีครั้งใดที่อสูรฟั้าอย่างข้าจะได้รับความอัปยศอดสูเช่นนี้! ไม่เคยมี!” เสียงคำรามของผูเยาสะท้อนก้องอยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึก
กองเส้นยุ่งเหยิงบนผิวหน้าปั้ายศิลาสุสานสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน เมฆดำนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกมา ภายในชั่วพริบตาเดียว เมฆดำม้วนตลบ เปียมล้นไปด้วยเจตนาสังหาร
จั่วม่อไม่ได้รู้ตัวเลย ว่าได้บังคับให้สองคนในทะเลแห่งจิตสำนึกของมันเป็นพันธมิตรกันอีกครั้ง
สายตาของมันกลับไปยังสตรีซิวเจ่อ ใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยสะเก็ดเลือดอันน่าสะพรึงกลัวของนาง ในสายตาของจั่วม่อ ไม่ได้ให้ความรู้สึกลี้ลับน่ากลัวแม้แต่น้อย
เกี่ยวกับความเป็นมาของสตรีซิวเจ่อนางนี้ จั่วม่อยังคงไม่มีเบาะแสอันใด สิ่งเดียวที่มันคิดได้ คื