กนั้น ข้าไม่สามารถควบคุมได้… … พวกเจ้าก็ทราบ… …”
กล่าวไปกล่าวไป มันชักรู้สึกไม่ถูกต้อง น้ำเสียงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้าง“ไม่ถูกต้อง! ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับพวกเจ้า! พวกเจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? อ๊า!กล้าใช้ร่างกายของเกอเป็นที่ทิ้งขยะ พวกเจ้าคิดโยนสิ่งใดเข้ามาก็ได้หรือ?”
ผูเยาแทบกระอักเลือด กระทั่งปั้ายศิลาสุสานที่มักสงบนิ่งอยู่ตลอดเวลา ยังสั่นอย่างรุนแรง
“เจ้า เจ้า เจ้า … …” ผูเยาแทบมีไฟพวยพุ่งออกจากปาก หลังจากนั้นไม่นาน มันชี้นิ้วสั่นระริกพลางกล่าว “ได้รับประโยชน์แล้วอย่ามาแสร้งทำเป็นโง่งม!”
จั่วม่อไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อย มันเลิกคิ้ว เผ่นผึงขึ้นทันที “ประโยชน์? ประโยชน์อันใด?เกอแทบสูญเสียชีวิตน้อยๆ ก่อนหน้านี้พวกเจ้าแต่ละคนผลัดกันก่อกวน เกอยังพอจะอดทนได้! คราวนี้ยอดเยี่ยมยิ่ง พวกเจ้ายิ่งได้ใจกว่าเดิม ถึงกับมาพร้อมกันทั้งสองคน?อย่านึกว่าเกอไม่ล่วงรู้ว่าพวกเจ้าคิดทำอะไร ข้าบอกพวกเจ้า ต่อไปทำตัวเรียบๆ ร้อยๆให้แก่ข้า! เจ้าวัตถุโบราณที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับยุคสมัย เจ้าหินเก่าที่กระทั่งผายลมยังทำไม่ได้ พวกเจ้าคิดฉกฉวยผลประโยชน์จากเกอ? ฮ่า อย่าได้คิดเพ้อฝันไป!”
จั่วม่อทำท่ามองลงมาจากที่สูง ชี้หน้าผูเยาและปั้ายศิลาสุสาน เริ่มสบถระรัวเป็นชุด
ผูเยามีสีหน้าตกตะลึง อึดใจใหญ่ค่อยมีปฏิกิริยาตอบสนอง ใบหน้าบัดเดี๋ยวแดงก่ำ บัดเดี๋ยวขาวซีด
หลังจากบริภาษจนเสร็จสมอารมณ์หมาย จั่ว