พียงทำตามสัญชาตญานดิ้นรนก่อนตาย แต่ร่างกายถูกคุมขังไว้โดยหมอกปฐพี ไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ดังนั้นเห็นเพียงประกายแสงวาบผ่านร่างกายเป็นครั้งคราว บางครั้งเป็นเจตจำนงกระบี่ บางคราวเป็นเพลิงไฟ บางครั้งเป็นปราณหมัด บางคราวเป็นสายฟั้าแกร่ง… …
สีผิวของร่างกายมันยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นสีเหลืองทองบริสุทธิ์ราวกับทำมาจากทองคำสุกใส จากนั้นกลายเป็นสีดำแวววาวดุจหยกดำ แล้วจากนั้นมีเส้นใยเกลียวพลังงานสีดำเจาะออกมา
ภายในร่างของจั่วม่อ ลูกแก้วห้าธาตุก็สัมผัสถึงอันตราย เริ่มลงมือด้วยตัวมันเอง พลังปราณห้าธาตุแผ่กระจายไปทั่วร่างจั่วม่อ
“อา อา อ๊าก!”
จั่วม่อคลุ้มคลั่งอย่างสมบูรณ์ ใบหน้าบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราด มันเหมือนสัตว์ร้ายที่ติดอยู่ในกรง ต่อสู้ดิ้นรนครั้งสุดท้าย ปั่าเถื่อนและโหดร้าย!
ร่างกายของจั่วม่อกลายเป็นสนามรบอันสับสนวุ่นวาย มันไม่สามารถขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว ย่อมไม่มีปัญญาใช้เวทวิชาใด พลังอันหลากหลายไหลบ่าอาละวาดไปทั่วร่างโดยไม่มีจุดหมาย ควบคู่กับแรงกดดันจากภายนอก ทั้งหมดกลายเป็นยุ่งเหยิงสุดระงับยับยั้ง
“บัดซบ!” ผูเยาสีหน้าแปรแปลี่ยนอย่างรุนแรง
ทะเลแห่งจิตสำนึกทั้งมวลสั่นไหวไม่หยุด แสดงสัญญาณของการล่มสลาย
เชือกมัดเซียนที่ติดค้างอยู่ในหมอกไม่อาจทานทนต่อพลังอันแข็งกร้าวถึงปานนี้ ถูกบดขยี้เป็นผุยผงตั้งแต่แรก
สตรีซิวเจ่อคล้ายพบเห็นสภาพอันเลวร้ายของจั่วม่อ แสงสีม่วงรอบกายนางลุกโช