ึงทรายนภาอีก”
“หนึ่งเจ้าก็ไม่เห็น สองเจ้าก็ไม่มี ยังต้องการชีวิตอยู่หรือไม่?” จั่วม่อกล่าวอย่างเย็นชา
“ข้า ข้า ข้า … …” ถูกจั่วม่อขู่ขวัญ ศิษย์ผู้นี้แทบร่ำไห้ ไม่ทราบจะกล่าวกระไร ทันใดนั้นมันเบิกตากว้าง กลายเป็นลิงโลดขึ้นมา “เงาสีเทา! เงาสีเทา! ข้าจำได้แล้ว! ข้าไม่เคยเห็นเงาสีเทาที่ท่านว่า แต่ข้าได้ยินศิษย์พี่ผู้หนึ่งกล่าวถึงมัน”
เห็นเค้าเหยียดหยามจางๆ บนใบหน้าจั่วม่อ มันยิ่งแตกตื่นลนลานกว่าเดิม “เป็นเรื่องจริง! ข้าสาบาน! ข้าไม่ได้โปั้ปดจริงๆ! เป็นศิษย์พี่เหลยที่กล่าวถึง มันบอกว่าเห็นเงาสีเทาเงาหนึ่ง มันคิดว่าเป็นสมบัติที่ออกมาจากแผ่นดินโลก เดิมทีคิดจับเอาไว้ แต่เงาสีเทาเข้มแข็งยิ่ง ศิษย์พี่เหลยบอกว่ากลุ่มก้อนพลังงานสีเทาไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในห้าธาตุ สมควรเป็นสมบัติล้ำค่า… …”ได้ยินเช่นนี้ จั่วม่อหัวใจโลดขึ้น ทุกอย่างอาจหลอกลวงมัน แต่ประโยคที่ว่า ‘ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในห้าธาตุ’ ทำให้มันพอจะเชื่ออยู่บ้าง
“หลังจากนั้นกลุ่มก้อนสีเทานั้นไปยังที่ใด?”
“ข้าไม่ทราบ ศิษย์พี่เหลยไม่ได้กล่าวถึง”
“ศิษย์พี่ผู้นั้นของเจ้าเรียกว่าอะไร?”
“เหลยฮ่าว”
“พวกเจ้ามีกันกี่คน?”
“ยี่สิบสอง”
จั่วม่อซักถามรายละเอียดอีกเล็กน้อย ศิษย์ผู้นี้ไม่กล้าปิดบังสิ่งใด หลังจากสอบถามจนได้ความครบถ้วน จั่วม่อสีหน้าพึงพอใจ มือของมันออกแรงบีบเบาๆ
กระดูกคอของศิษย์เคราะห์ร้ายผู้นั้นถูกบดขยี้ในบัดดล ใบหน้าของมันยังคงแสดงสีหน้าไม่อยากจะ