เลี้ยวอย่างฉับพลัน เหินลิ่วมาทางมันด้วยตัวเอง
เห็นเช่นนี้ จั่วม่อก็ไม่เคลื่อนไหวอีก รอคอยอีกฝั่ายเข้ามาแทน
เมื่อคนผู้นั้นเข้ามาใกล้ จั่วม่อค่อยเห็นรูปโฉมของอีกฝั่ายชัดตา ผู้มาอายุเยาว์ยิ่ง น่าจะไม่เกินยี่สิบปี ชุดเกราะปราณเปล่งแสงเป็นประกายไม่คล้ายสินค้าธรรมดาทั่วไป สองเท้าเหยียบอยู่บนกระบี่บินคล้ายอสรพิษปราณเล่มหนึ่ง ยามเหินบินอยู่ในสายลม ดูราวกับเทพเซียนผู้หลุดพ้นจากห่วงกังวลทั้งมวลผู้หนึ่ง
เห็นสีหน้าเย่อหยิ่งถือดีของอีกฝั่าย จั่วม่อลอบรู้สึกผิดท่าอยู่ในใจ ไม่รอให้มันได้กล่าววาจา อีกฝั่ายกลับตวาดถาม “เฮ้ เจ้ารู้วิชาห้าธาตุหรือไม่?”
จั่วม่อขุ่นใจขึ้นมาในบัดดล คิ้วขมวดโดยไม่รู้ตัว มันคาดเดาว่าคนผู้นี้จะต้องเป็นศิษย์สำนักใหญ่ที่เพิ่งออกท่องเที่ยวหาประสบการณ์ มิเช่นนั้นหากคิดมีชีวิตรอดในโลกภายนอก ลำพังสุ้มเสียงเย่อหยิ่งจองหองเช่นนี้ ก็เพียงพอให้ตกตายไปหลายครั้งแล้ว
“รู้อยู่บ้าง” จั่วม่อตั้งใจจะสอบถามเกี่ยวกับนกโง่ ดังนั้นยังคงอดกลั้น
คนผู้นั้นตาลุกวาบ “ตามข้ามา!” กล่าวจบคำ ก็หมุนตัวพุ่งนำออกไป
จั่วม่อลูบจมูก นกโง่งมนี้มาจากที่ใด? โอ้ ไม่ ไม่ ไม่ได้! หากนกโง่ทราบว่ามันให้เจ้าคนที่เบื้องหน้านี้มีชื่อเดียวกันกับนาง นางต้องอับอายจนเอาหัวชนกำแพงตายเป็นแน่!
ความไม่รู้ฟั้าสูงแผ่นดินต่ำของอีกฝั่าย ทำให้จั่วม่อถึงกับไม่ทราบจะกล่าวกระไรดี ทันใดนั้นมันฉุกใจขึ้นมา คนโง่เขลาเช่นนี้ไหนเลยจะรอดชีวิ