ม่คาดคิดก็คือ จู่ๆ นกโง่ก็เผยสีหน้าเจ็บปวด เส้นขนทั่วร่างสั่นระริก ลมพายุหมุนเริ่มท่วมร่างของนาง หมุนวนรอบกายนางไม่หยุดยั้ง
เจดีย์น้อยกับเจ้าดำน้อยกลายเป็นตึงเครียดอย่างฉับพลัน
เส้นใยพลังงานสีเทาพลันปรากฏขึ้นภายใต้ปีกของนกโง่ เส้นใยสีเทาเหล่านี้ราวกับสิ่งมีชีวิต ปีนไต่พัวพันขึ้นไปตามปีกของนาง นางคล้ายเจ็บปวดมากขึ้นทุกขณะ ทั้งร่างสั่นระริกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พลังงานสีเทาแผ่นกระจายคลุมทั่วร่างของนางอย่างรวดเร็วด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า
พริบตาดุจประกายไฟ พลังงานสีเทาแผ่คลุมไปตามลำคอเรียวยาวของนาง จนกระทั่งถึงดวงตาของนาง
“อู!”
เสียงร้องแห่งความเจ็บปวด ทำให้เจดีย์น้อยกับเจ้าดำน้อยตัวแข็งทื่ออย่างขวัญหนีดีฝั่อ
ชิ้ง
เสียงที่แผ่วเบาอย่างยิ่ง ราวกับมีประกายไฟถูกจุดขึ้น
นกโง่ทั่วร่างถูกห่อหุ้มไว้ในชั้นหมอกสีเทาที่หนาข้นเป็นที่สุด มองแต่ไกลนางคล้ายกลุ่มเมฆหมอกสีเทาที่เดือดพล่าน เส้นใยพลังงานสีเทาแผ่พุ่งออกมาจากกลุ่มเมฆหมอกแทรกผ่านเข้าไปในพายุหมุนที่หมุนวนอยู่รอบกายนาง ฉุดดึงเส้นใยสีเทาบางเบาให้เป็นรูปวงแหวน
วงแหวนเส้นใยสีเทาเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกขณะ ราวกับมีตัวไหมที่มองไม่เห็นปันใยไหมออกมาไม่หยุดยั้ง ชั้นเส้นใยสีเทาอันหนาแน่นยังคงเต้นเร่าอยู่รอบกายนกโง่ ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรังไหมสีเทารังหนึ่ง ที่ใจกลางรังไหมสีเทา เป็นกลุ่มก้อนเมฆหมอกที่ยังพ่นหมอกควันสีเทาออกมาไม่ขาดสาย
“อู!”
สุ