้ามืดคล้ำ อดสบถออกมาไม่ได้ “บัดซบ!”
อย่างไรก็ตาม พลังปราณของมันเผาผลาญไปจนเกลี้ยงฉาด มันไม่มีเรี่ยวแรงจะเหาะเหินต่อไป ได้แต่ลงสู่พื้น
นำจิงสือออกมาสองสามชิ้น มันก่อตั้งค่ายกลปฐมปราณเสริมพลัง จากนั้นนั่งเข้าฌานฟืนฟูพลังปราณ
หลังจากสร้างสังขารปิศาจขึ้นใหม่ แผนผังปิศาจชุดเดิมของมันถูกทำลายไป แต่สังขารปิศาจย่อมสามารถกลั่นกรองสิ่งเจือปนออกจากปราณธรรมชาติได้ด้วยตัวเอง ปราณธรรมชาติที่มันดูดซับเข้ามานี้ จั่วม่อยังคงอดทนขัดเกลาให้เป็นพลังปราณอีกรอบ แม้ว่าปราณธรรมชาติที่ดูดซับเข้ามาจะไม่มีสิ่งสกปรกเจือปน แต่เมื่อขัดเกลาอีกรอบ พลังปราณจะบริสุทธิ์กว่าเดิม ควบคุมใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น
หนึ่งชั่วยามให้หลัง จั่วม่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง สองตาสาดประกายวาบในความมืดมน
พอมันลุกขึ้นยืน จิงสือบนพื้นก็แตกระเบิดเป็นผุยผง
“เช่นนี้ก็ยุ่งยากแล้ว” จั่วม่อเหินบินขึ้นสู่ท้องฟั้า กวาดตามองรอบด้าน พึมพำด้วยรอยยิ้มขมขื่น
ราตรีมืดทะมึน เหน็บหนาวเข้าไปถึงไขกระดูก ชั้นเมฆกดต่ำจนน่าอึดอัด หนาทึบดำมืดไร้ซึ่งแสงสว่าง จั่วม่อตัดสินใจพุ่งสูงขึ้นฟั้า ไม่กี่อึดใจต่อมา มันดิ้นรนทะลุชั้นเมฆขึ้นไป
มวลเมฆเส้นสายสุดท้ายไหลเลื่อนหลุดไปด้านหลัง ท้องนภาอันไพศาลปรากฏขึ้นตรงหน้า
มวลหมู่ดาราสุกสกาวอำไพ กลาดเกลื่อนปกคลุมทั่วแผ่นฟั้า ต่ำลงไป เห็นชั้นเมฆกว้างไกลไร้ที่สิ้นสุด ภายใต้แสงดาว ชั้นเมฆคล้ายทะเลดำทะมึนผืนหนึ่ง
ระหว่างทะเลเมฆกับทะเลด