าว มีมันเพียงผู้เดียว!
จั่วม่อไม่เคยพบเห็นฉากทิวทัศน์อันงามตระการถึงเพียงนี้มาก่อน ถึงกับเคลิบเคลิ้มงมงายไปครู่หนึ่ง
อึดใจต่อมา มันตื่นจากภวังค์ เห็นสตรีซิวเจ่อลอยเงียบๆ อยู่ข้างกาย มันอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย มันกล่าวกับนางอย่างยิ้มแย้ม “นกโง่นั้นโง่งมอยู่บ้าง แต่คนโง่งมมักมีโชคอันโง่งม คราวนี้นางก็สมควรไม่มีปัญหาใด”
มันทราบดีว่าสตรีซิวเจ่อไม่ได้ยินมัน ที่กล่าววาจาก็เพียงเพื่อปลอบโยนตัวเองเท่านั้น
ทันใดนั้น จุดแสงสองสามจุดปรากฏขึ้นในท้องฟั้าที่ห่างไกล
จั่วม่อตื่นตัวในบัดดล รีบหันหน้าไปมอง
นั่นเป็นแสงกระบี่! จั่วม่อไหนเลยจะไม่คุ้นเคยกับแสงกระบี่ แสงเหล่านี้เป็นลำแสงที่มักเกิดขึ้นเมื่อเซียนกระบี่เหินบินบนกระบี่บินของพวกมัน
แสงกระบี่เหล่านี้รวดเร็วยิ่ง เกือบจะชั่วพริบตา พวกมันจากขนาดเท่าเมล็ดงาขยายใหญ่เท่าเมล็ดถั่วเขียว จั่วม่อบอกได้แทบจะในทันที นั่นเป็นผู้คนสี่คนกำลังใกล้เข้ามา สามบุรุษหนึ่งสตรี ทั้งหมดล้วนเป็นเซียนกระบี่
จั่วม่อในใจลอบตื่นตัว ผู้คนทั้งสี่ไม่ใช่ธรรมดาสามัญ ความเร็วยามขี่กระบี่บินของพวกมันแทบจะเทียบเท่ากับมันยามใช้ปีกลำแสงสายฟั้าด้วยพลังเต็มที่
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อแทนที่จะล่าถอยหลบหลีกพวกมัน กลับพุ่งตรงไปข้างหน้า มันต้องการสอบถามคนทั้งสี่ เผื่อว่าพวกมันพบเห็นนกโง่
คนทั้งสี่มาเร็วยิ่ง จั่วม่อเร่งเร้าพลังปราณ ตะโกนถาม “ท่านทั้งสี่ โปรดชะงักเท้า!”
ลำแสงกระบี่ทั้งสี่สายหยุดก