บนยอดเขาแห่งหนึ่ง เฮ่อเสียงเหม่อมองเมืองหนานเสิ้งที่พินาศย่อยยับ นิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะทรุดลงร่ำไห้คร่ำครวญดังกึกก้องจั่วม่อเหลือบมองสตรีซิวเจ่อที่อยู่ข้างกายด้วยสายตาหวาดผวาอยู่บ้าง นางคล้ายกลับสู่สภาพนิ่งงันเหมือนเช่นปกติ แต่หลังจากการต่อสู้เมื่อวานนี้ สตรีซิวเจ่อในสายตามัน ไม่ว่ามองจากมุมใด ล้วนดูน่าหวาดหวั่นขวัญผวามากขึ้นกว่าเดิมนี่ทำให้มันรู้สึกไม่มั่นคงอยู่บ้างมันหวงแหนชีวิตของตน พยายามอยู่ห่างจากสตรีซิวเจ่อนางนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีที่ใช้วิชามารชั่วร้ายเช่นนี้เมื่อวานจั่วม่อปรึกษาหารือกับผูเยาเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้เรื่องได้ราวอันใด มันยังต้องทำงานสร้างเมืองสืบต่อ ดังนั้นหลังจากพักผ่อนสงบจิตใจหนึ่งคืน มันก็เริ่มดำเนินการสร้างหอรบค่ายกลสงครามต่อไปอย่างไรก็ตาม หลังจากการต่อสู้คราวนี้ บรรดานักโทษในค่ายต่างก็เชื่อฟังเต็มที่จนไม่อาจเชื่อฟังไปมากกว่านี้อีก แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้จั่วม่อเกินระยะสามจั้งจั่วม่อเดิมทีมีคำถามอยากถามเยวียนเจียง แต่เมื่อมันเดินเข้าไปหาเยวียนเจียงอีกสองก้าว เห็นอีกฝั่ายหน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ จั่วม่อพลันฉุกคิดถึงศัตรูบางคนที่หวาดกลัวเด็กหญิงร้ายกาจผู้นี้จนขาดใจตาย ฝีเท้าของมันชักค้างทันที เยวียนเจียงนับเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยาก หากปล่อยให้อีกฝั่ายหวาดกลัวจนตายไปเปล่าๆ นั่นก็ขาดทุนยิ่งแล้ว มันได้แต่ตัดใจนึกถึงว่าเด็กหญิงร้ายกาจจะไม่ยอม