ถอยปราดหายลับไปอีกทาง! ม้าฝานแปลกใจอยู่บ้าง นี่เป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง!กระทั่งตัวมันเอง หากต้องตกอยู่ภายใต้การพุ่งโจมตีอันรุนแรงนี้ ยังไม่แน่ว่าจะหลบหนีได้พ้น คนผู้นี้เมื่อหลุดรอดไปได้ทั้งยังมีชีวิต สมควรเป็นซิวเจ่อด่านหนิงม่ายขั้นสามผู้หนึ่ง แต่ม้าฝานไม่แยแสสนใจมันอีก เผชิญหน้ากับขบวนทัพจู่โจมเช่นนี้ อาศัยซิวเจ่อคนสองคน ย่อมไม่กล้าต้านรับ และไม่มีปัญญาหยุดยั้งยิ่งไปกว่านั้น ขวัญกำลังใจของพวกมันในเวลานี้ บรรลุสู่จุดสูงสุด ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งพวกมันได้!สิบสี่หมู่ทัพประดุจปราณกระบี่คมกล้าไร้ผู้ต้านสิบสี่เล่ม อาละวาดอย่างเกรี้ยวกราดสะท้านฟั้าสะเทือนดิน เพียงชั่วพริบตา เมืองหนานเสิ้งก็ถล่มทลายย่อยยับ!“ผู้อาวุโส! หนีเร็ว!” องครักษ์หน้าซีดขาวผู้หนึ่ง รีบฉุดลากเฮ่อเสียงมุดลงใต้พื้นห้องอย่างลนลาน ในห้องลับใต้พื้นดิน มีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ชุดหนึ่ง ทันทีที่พวกมันมุดลงห้องใต้ดิน สิ่งปลูกสร้างด้านบนก็พังพินาศค่ายกลเคลื่อนย้ายเปล่งแสงวาบ ในห้องไม่หลงเหลือผู้คนอีกไม่จำเป็นต้องทักทายสนทนา ทุกผู้คนเข่นฆ่าอย่างสาสมใจขบวนทัพของม้าฝานฉลาดปราดเปรื่องยิ่ง พวกมันไม่ได้กำหนดเปั้าหมายเฉพาะเพียงแค่โถมทะยาน เข่นฆ่าไปข้างหน้า พวกมันไม่ได้ไล่ล่าซิวเจ่อที่หลบหนีการโจมตีระลอกแรกไปได้ ทุกคนมุ่งจู่โจมทำลายล้างเมืองหนานเสิ้งอย่างดุดันอำมหิตในระยะเวลาอันสั้น เมืองหนานเสิ้งทั้งเมืองกลายเป็นซากปรักหักพังกองโตพวกมันไม่มี