ปราณ จะตามมาในไม่ช้า”จั่วม่อโบกมือ ใช้อีกมือหนึ่งยันเข่า กล่าวพลางหอบหายใจว่า “ข้าไม่เป็นไร พวกเจ้าไปช่วยสตรีบ้าบิ่นนั่นก่อน!”“รับคำสั่ง!” หัวหน้าหมู่ตอบรับ แต่ทันทีที่มันเยหน้าขึ้นมอง กลับยืนแข็งทื่ออยู่กับที่“เหล่าปั่าน…”ได้ยินเสียงหัวหน้าหมู่ผู้นี้กล่าวด้วยสุ้มเสียงปานละเมอ จั่วม่อรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างพอเงยหน้ามอง เห็นหัวหน้าหมู่ผู้นั้นสีหน้าแปลกพิกลยิ่ง กำลังเหม่อมองไปด้านหลังของจั่วม่ออย่างมึนงงจั่วม่อรีบหันกลับไป มองตามสายตาของหัวหน้าหมู่ ทันใดนั้นยืนตัวแข็งทื่อไม่ต่างกันกลางเวหา เห็นสตรีซิวเจ่อพลิ้วกายประดุจภูตพรายที่ไร้น้ำหนัก ลอยละล่องไปตามขบวนทัพของศัตรู ท่าร่างของนางไม่ได้รวดเร็วอันใด การลงมือของนางก็ไม่ได้เฉียบคมทั้งยังไม่ปรากฏแสงพลังปราณแม้แต่แวบเดียวแต่ไม่ว่านางผ่านไปยังที่ใด ศัตรูจะร่วงลงมาประหนึ่งเกี๊ยวหล่นลงหม้อ แล้วฟาดพื้นแน่นิ่งจมอยู่ในดินโคลน ไม่ไหวติงอีกเลยวิชาของมารร้าย!จั่วม่อหัวใจเย็นเฉียบ!นั่นมัน…น่ากลัวเกินไป! เป็นเวทวิชาอันใด? เป็นเคล็ดวิชาประเภทใด?ในช่วงเวลาอันกระชั้นสั้น หลงเหลือซิวเจ่อเพียงสามสิบกว่าคนแตกฮือกระจัดกระจายอยู่บนท้องฟั้าอึก!จั่วม่อกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ใบหน้าขาวซีด ปราศจากสีเลือด! ฉากเบื้องหน้าไม่มีพลังกดดัน ไม่มีแสงเจิดจ้าบาดตา ไม่มีเจตจำนงกระบี่คมกล้า ไม่มีระเบิดดังสนั่นลั่นโลกไม่มีอะไรเลยเงียบเชียบและเรียบง่ายจนน่าขนลุก!ด้วยสองเท้าเปล่า น