ความแตกต่างในแก่นแท้ของพลัง ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเอาชัยได้ด้วยวิธีการอื่น”จั่วม่อขบคิดตาม ก็พบว่าเป็นไปตามที่ผูเยากล่าวา“เช่นนั้นเจ้าบอกข้า นางใช่ใช้เวทวิชาประเภทจิตใจสับสนบ้างหรือไม่?” จั่วม่อถามอย่างกะทันหัน “ไฉนข้าพุ่งออกไปโจมตี? นั่นไม่ใช่ข้าเลย! ข้าจำได้ว่าเห็นแสงสีม่วงในดวงตานางแวบหนึ่ง”“นางไม่ได้ใช้เวทวิชาประเภทนั้นอย่างแน่นอน เรื่องนี้ข้ายืนยันได้”คำตอบของผูเยาเห็นได้ว่ามั่นใจเป็นอย่างยิ่ง แต่จากนั้นสุ้มเสียงของมันก็เต็มไปด้วยความสับสนงุนงง “แต่ข้าก็ประหลาดใจเช่นกัน เจ้าไฉนจู่ๆ พุ่งออกไปโจมตี? เจ้าเป็นคนที่กลัวตายมากที่สุด”“ข้าก็คิดเช่นนั้น” จั่วม่อเห็นพ้องอย่างไม่รู้สึกละอายใจสักนิด พลางพยักหน้าอย่างลึกซึ้ง “นางไม่ได้ให้จิงสือข้าเสียหน่อย ไฉนข้าต้องพุ่งออกไปโจมตี? นี่มันวิชามารชัดๆ!”“นางไม่ใช่โฉมสะคราญ หากนางเป็นโฉมสะคราญผู้หนึ่ง…” ผูเยาลูบคางทำท่าครุ่นคิด“โฉมสะคราญ?” จั่วม่อจ้องเขม็ง ค่อยๆ เสียงดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว “หากไม่ให้จิงสือ!แม้แต่โฉมสะคราญก็ไม่มีทาง!”“เช่นนั้นเพราะเหตุใด?” ผูเยาไม่เข้าใจโดยสิ้นเชิง“เพราะเหตุใด…” จั่วม่อขมวดคิ้วนิ่วหน้า สีหน้าเป็นทุกข์ปัญหานี้แปลกประหลาดยิ่ง ทำให้มันสับสนและอึดอัดขัดข้อง หากคิดไม่ออก มันก็รู้สึกไม่วางใจ หากมันยังโถมออกไปเช่นนี้อีกครั้ง โดยไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ชีวิตน้อยๆของมันอาจรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้วขณะที่จั่วม่อกำลังห่วงกังวลกับปัญหา