ตามความตั้งใจเดิมของซูเฉิน หากเขาเป็นฝ่ายชนะ เขาย่อมต้องการเดิมพันด้วยชีวิตกับเจียงอวิ๋นเหอ
ทว่า เจียงอวิ๋นเหอผู้นี้มิใช่คนธรรมดา หากยังมีราชวงศ์ต้าหลินหนุนหลัง ถึงแม้ซูเฉินจะไม่เกรงกลัว แต่เขาก็ไม่อยากสร้างความลำบากให้หลินลั่วเว่ย
สำหรับบุรุษอย่างเจียงอวิ๋นเหอแล้ว การให้เขาคุกเข่าตบหน้าตนเองขอโทษ ยังเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตายเสียอีก
“ตกลง ข้ารับพนัน!”
ก่อนที่องค์ชายเก้าจะเอ่ยสิ่งใด เจียงอวิ๋นเหอก็แค่นเสียงเย็นชา ตอบรับอย่างไม่ลังเล
หากเป็นการประลองยุทธ์ เขาอาจต้องไตร่ตรองอยู่บ้าง
แต่หากเป็นการประลองหลอมโอสถ เขาไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
เขามีความมั่นใจอย่างมากในศาสตร์โอสถของตน ไม่ต้องพูดถึงว่าซูเฉินจะเป็นปรมาจารย์โอสถจริงหรือไม่ แม้ซูเฉินจะเป็นจริง เขาก็มั่นใจว่าจะต้องชนะแน่นอน
“ดีมาก! ในเมื่อเป็นการประลองหลอมโอสถ เช่นนั้นข้ากับแม่นางลั่วเว่ยจะเป็นพยานให้ อีกทั้งให้พวกเจ้าทั้งสองกล่าวคำสัตย์อันยิ่งใหญ่ เพื่อผนึกจิตมารในใจ ท่านเห็นเป็นเช่นไร?”
แววตาองค์ชายเก้าเปล่งประกายเล็กน้อย พลางยิ้มบาง ๆ
คำสัตย์ผนึกจิตมาร คือคำสัตย์ที่เกี่ยวข้องกับจิตแห่งเต๋าของผู้บ่มเพาะ
หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสัตย์ เช่นนั้นอย่างเบาก็จิตแตกหนทางวุ่นวาย เสียการบ่มเพาะ อย่างหนักอาจเส้นลมปราณแหลกสลายกลายเป็นคนพิการ
“ได้!”
ซูเฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
คำพูดขององค์ชายเก้า ยิ่งเป็นสิ่งที่เขาปรารถนา
องค์ชายเก้าหวั่นว่าเขาจะไม่ยอม