เหนียนลู่ผู้อยู่คนละทิศละทาง กลับรู้สึกเช่นเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยนสองเท้าของมันโลดลิ่วบนดอกบัว ล่องลอยไปตามสายลม ชุดยาวสีขาวหิมะกลายเป็นสีเทาขมุกขมอม หลังจากรับประทานลมชมเมฆร่วมสิบกว่าวัน ใบหน้าหล่อเหลาชวนสบายใจดูมึนงงซึมเซาอยู่บ้าง หัวหน้าหมู่ที่อยู่ข้างกายมันก็มีสีหน้าขุ่นข้องเหนียนลู่สบถว่า “เจ้าพวกผีรองเท้ากลุ่มนี้น่ารำคาญยิ่ง! ทุกวี่วันยังคงโผล่หน้ามาทักทายไม่เคยขาด แต่ก็ล้วนเป็นใบหน้าเก่าๆ ไม่มีอะไรสดใหม่เลย แต่พวกมันไม่ใช่จะจัดการได้โดยง่าย!”ประโยคสุดท้ายเต็มไปด้วยอารมณ์ ที่ก่นด่าย่อมเป็นเหล่าหน่วยสอดแนมที่ตามก้นพวกมันไม่หยุดหย่อนมันหันกลับไปตะโกนใส่เหล่าซิวเจ่อที่อยู่ด้านหลัง “พวกเจ้าจงตื่นตัวตลอดเวลาอย่าได้คิดเล่นลูกไม้กับข้า ผู้ใดไม่เชื่อฟัง อย่าได้ตำหนิกระบี่บินของบิดา”รอบกายมัน นอกเหนือจากบรรดาลูกสมุนของมันหนึ่งหมู่แล้ว ยังมีซิวเจ่อแปลกหน้าอีกสองร้อยกว่าคน คนเหล่านี้ล้วนก้มหน้าก้มตาอย่างอ่อนแรง นี่เป็นกลุ่มนักโทษที่จับกุมได้จากการใช้เวลากวาดล้างสองกองกำลังเป็นการเฉพาะ ผู้ที่ร่วมลงมือเป็นหมู่ของเหลยเผิง จงหยูและตัวมันเอง แต่เหนียนลู่โชคร้ายที่สุดในการจับไม้สั้นไม้ยาว ดังนั้นภาระที่เลวร้ายที่สุดอย่างเช่นการเป็นเหยื่อลวงศัตรู จึงตกอยู่กับมันเชลยศึกกลุ่มนี้ ดูผิวเผินคล้ายเพียบพร้อมไปด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์เตรียมทำศึก แต่ที่จริงนอกเหนือจากเกราะปราณครบชุดแล้ว ทั้งกระบี่บินและยุทธ