สริญเยินยอของเหล่าลูกสมุน“เหล่าต้า พวกเราพาคนออกมามากมายถึงเพียงนี้ แล้วความปลอดภัยของค่าย…”“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องห่วง ทิ้งสองหมู่ไว้คอยเฝั้าระวังก็มากเกินพอแล้ว สตรีผู้นั้นแข็งแกร่งยิ่ง” กงซุนชากล่าวอย่างไม่ใส่ใจทุกผู้คนค่อยนึกขึ้นได้ ว่าข้างกายเหล่าปั่านยังมีสตรีที่มีพลังฝีมือลึกล้ำสุดหยั่งถึงตามติดอยู่ตลอดเวลา จากนั้นยังนึกถึงสามองครักษ์เกราะทองผู้ไม่เคยเปิดเผยใบหน้า จึงหุบปากทันที“โอ้ เราจะกลับไปยังค่ายในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง”สุ้มเสียงแม้เบาต่ำ แต่พอเข้าหูของทุกคน ล้วนสะท้านใจอย่างบอกไม่ถูกเหล่าซิวเจ่อลุกขึ้นยืนบนใบกระบี่ ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ประสานมือรับคำสั่งอย่างเคร่งขรึมโดยพร้อมเพรียง “ขอรับ!”กลุ่มก้อนอิฐสีเขียวทองถูกขนย้ายมาวางไว้ริมฐานรากของเมือง พวกมันกองสุมซ้อนเป็นภูเขาเล็กๆ เยวียนเจียงเหลือบมอง อดกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอไม่ได้ ในที่สุดกล่าวทัดทานเสียงอ่อน “เหล่าปั่าน เราควรเรียกผู้คนมามากกว่านี้”จั่วม่อไม่แยแสสนใจมัน หยิบก้อนอิฐสีเขียวทองขึ้นมาสองก้อน ก้อนอิฐที่หนาหนักถึงเพียงนั้น อยู่ในมือจั่วม่อกลับคล้ายไม่มีน้ำหนักแม้แต่น้อย“ข้าต้องทำอย่างไร?”เห็นเช่นนี้ เยวียนเจียงได้แต่กล่าวอย่างอับจนหนทาง “ระหว่างอิฐเขียวทองสองก้อน ต้องเทน้ำแกงสีทองลงไป เพื่อเชื่อมประสานพวกมันเข้าด้วยกัน แล้วใช้เวทวิชาช่วยหนุนเสริมให้มั่นคง ในระหว่างกระบวนการทั้งหมด ต้องให้ความสนใจ อย่าได้ทำลายลวดลายค