กระทั่งผู้ที่ไม่ถามไถ่เรื่องราวทางโลกอย่างฉุนอวี๋เฉิงยังได้ยินข่าว“ศิษย์พี่ไม่ได้เกิดปัญหาใดจริงๆ?” มองจั่วม่อที่เปลือยร่างท่อนบน สารรูปดุจคนเสียสติ ฉุนอวี๋เฉิงอดถามอย่างห่วงกังวลระคนหวั่นใจไม่ได้กงซุนชาสั่นศีรษะ ตอบว่า “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า?”“ฟังว่าศิษย์พี่คิดสร้างเมืองด้วยตัวเอง?” ฉุนอวี๋เฉิงถามอย่างระมัดระวัง สายตายังคงจ้องมองจั่วม่ออย่างเห็นใจอยู่บ้าง ไม่ทราบเนื่องเพราะต้องรับแรงกดดันมากเกินไปหรือไม่ ศิษย์พี่ที่ปกติก็คลุ้มๆ คลั่งๆ อยู่แล้ว ถึงกับกลายเป็นฟันเฟือนไปเลย?“ใช่แล้ว” กงซุนชาตอบเสียงแผ่วอย่างระมัดระวังเช่นกัน ”ไม่กี่วันก่อน ข้าถามศิษย์พี่ว่าเราสมควรกวาดต้อนซิวเจ่อมาเพิ่มดีหรือไม่ จะได้ใช้พวกมันช่วยสร้างเมือง ศิษย์พี่กลับตอบว่าจะสร้างเมืองด้วยตัวเองคนเดียว”“ที่แท้ข่าวลือก็เป็นจริง!” ฉุนอวี๋เฉิงถอนใจยาว มองจั่วม่ออีกครั้ง จากนั้นทอดถอนชมเชย “อย่างที่คาดไว้เลย คิดอยู่แล้วว่าศิษย์พี่ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป!” มันใช้สายตาเห็นอกเห็นใจมองจั่วม่ออีกรอบ จากนั้นเดินเอามือไพล่หลังจากไป“ถูกของเจ้า ศิษย์พี่ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่คาดจริงๆ!” กงซุนชาให้ความเห็นเช่นเดียวกัน ก่อนหมุนตัวออกจากที่แห่งนั้นไปเยวียนเจียงยืนอกสั่นขวัญแขวนอยู่เป็นนาน สุดท้ายยังคงกัดฟันกล่าวว่า “เหล่าปั่าน นี่…รากฐานเหล่านี้ ต้องขุดลึกลงไปอีกจึงจะใช้การได้”จั่วม่อหันกลับมามอง ดวงตาวาวจ้าดุจหมาปั่าเยวียนเจียงหน้