้าฝึกปรือทักษะปิศาจ จะประสบผลสำเร็จโดยที่ลงแรงเพียงครึ่งเดียว มิหนำซ้ำยังไม่ต้องหวาดระแวงว่าพลังปิศาจจะแผ่กระจายออกไปสะกิดเตือนผู้คนอีก”จั่วม่อโบกมือตัดบท กล่าวอย่างเฉยเมยว่า “ที่เจ้ากล่าวมาล้วนน่าฟัง แต่หากเราไม่อาจผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ ยังจะหลงเหลือชีวิตมากล่าวถึงทักษะปิศาจอันใดอีก?”ผูเยาอับจนถ้อยคำ ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยผงกศีรษะ “เจ้ากล่าวถูกต้อง บางทีเราสมควรดัดแปลงอะไรสักเล็กน้อย”
“ดัดแปลง?” จั่วม่องุนงงอยู่บ้าง ผูเยาวันนี้เป็นอะไร? ไฉนพูดจาด้วยดีได้นานถึงเพียงนี้?“ก่อนอื่นมาลองวิเคราะห์ดูว่าเจ้ามีอะไรอยู่ในแขนเสื้อบ้าง” ผูเยาถึงกับนั่งลงกล่าว“วิชากระบี่ตัดทิ้งไปได้เลย ว่ากันตามจริงพรสวรรค์เชิงกระบี่ของเจ้าไม่ได้ดีเด่อันใดเจตจำนงกระบี่ของเจ้าก็ระดับต่ำเกินไป อย่าว่าแต่ต่อให้บรรลุถึงขั้นเจตจำนงกระบี่หัวใจแปลง ก็ยังไม่เพียงพอจะเกาที่คันให้แก่จินตันเสียด้วยซ้ำ หัตถ์พันใบน้อยมีพลังมาก แต่จิตสำนึกของเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอจะขู่ขวัญจินตันได้ เคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์ก็ไม่เพียงพอที่จะรับมือจินตัน สิ่งเดียวที่พอจะมีประสิทธิภาพอยู่บ้าง คือขบวนค่ายกลใหญ่ที่เจ้าเพิ่งคิดค้นขึ้นมา มุกหยินประลัยกัลปที่เจ้ามีติดตัวในตอนนี้ เกิดจากไฟดวงเก่าของเจ้าดังนั้นระดับต่ำเกินไป อาจไม่ได้ผลเท่าที่เจ้าคิด ส่วนเหอเถาอัสนีคำรณเหล่านั้น หากเจ้าหลอมสร้างให้ดี อาจสร้างปัญหาให้จินตันผู้นั้นได้ไม่น้อยทีเดียว”ร่ายยาวจน