คนพึมพำโต้แย้งด้วยสุ้มเสียงปานละเมอจั่วม่อกวาดตามองคนผู้นั้นรอบหนึ่ง ถามว่า “เจ้าเรียกว่าอะไร?”“ผู้น้อยเยวียนเจียง เหล่าปั่าน” คนผู้นั้นประสานมือตอบอย่างนอบน้อม
“นับจากวันนี้ไป เจ้าเป็นผู้นำของกลุ่มนี้” จั่วม่อกล่าว จากนั้นหันไปสำทับอีกสองคน “พวกเจ้าเป็นผู้ช่วยของมัน หากข้าทราบว่าผู้ใดไม่เชื่อฟัง ฮึ่ม ฮึ่ม ต่อต้านจินตันพวกเจ้าอาจมีชีวิตรอดได้ไม่นาน แต่หากต่อต้านข้า พวกเจ้าจะตายตั้งแต่ตอนนี้เลย”สองคนนั้นใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกระดาษอีกครั้ง นิ่งเงียบไปทันที“สร้างแผนการใหม่” จั่วม่อกล่าวกับเยวียนเจียง“ขอรับ เหล่าปั่าน!” เยวียนเจียงค้อมศีรษะรับคำอย่างนอบน้อม มันทราบดีว่าหากสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ อนาคตของมันย่อมไร้ขีดจำกัดแล้วกงซุนชารับฟังรายงานอย่างละเอียด เซี่ยซานยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าละอายใจ มันทราบว่าคราวนี้กระทำเกินเลยไปมาก มันเปิดเผยตัวตนต่อผู้คนในเมืองหนานเสิ้งเร็วเกินไป สำหรับพวกมันทั้งหมด นี่ไม่ใช่เรื่องดี“อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้” กงซุนชาเงยหน้าขึ้น เผยยิ้มเหนียมอาย กล่าวอย่างอ่อนโยน“ไม่มีปัญหาอันใด”เซี่ยซานคลายใจลงเล็กน้อย“เพียงแต่”เซี่ยซานหัวใจพุ่งขึ้นอีกครั้ง“เพียงแต่ปัญหานี้ พวกเจ้าเมื่อเป็นผู้ก่อ เช่นนั้นก็จำเป็นต้องเช็ดก้นด้วยตัวเอง”กงซุนชากล่าวถึงตรงนี้ พลันลดเสียงลง คล้ายพึมพำกับตนเอง “จริงสิ นี่เป็นโอกาสอันดีงาม ไม่ควรปล่อยให้เสียเปล่า”ไม่มีผู้ใดเข้าใจความหม