ับซิวเจ่อการตัดหินไม่ใช่เรื่องยากลำบากแต่การแปรสภาพพวกมันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายดายแล้วเพื่อความสะดวกรวดเร็ว จั่อม่อก่อตั้งค่ายกลขนาดใหญ่เพื่อรวบรวมไฟอีกาทองคำจำนวนมากอีกครั้ง แต่ละคนล้วนได้รับไฟอีกาทองคำหนึ่งส่วน เหล่าลูกสมุนย่อมปลาบปลื้มยินดี พากันโหมทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายมากกว่าเดิมก้อนอิฐหินเขียวแต่ละก้อนยาวสามจั้ง กว้างหนึ่งจั้งและหนาหนึ่งจั้ง หลังจากองครักษ์เกราะทองตัดพวกมันออกมาจากภูเขา ซิวเจ่อที่มีฝีมือทางหลอมสร้างจะเริ่มใช้ไฟอีกาทองคำแปรสภาพก้อนอิฐเหล่านี้ สิ่งที่ทำให้จั่วม่อต้องปวดเศียรเวียนเกล้า ก็คือไฟอีกาทองคำกลับมีระดับสูงเกินไป หากประมาทสักเล็กน้อยหินเขียวระดับสองเหล่านี้จะกลายเป็นกองหินหลอมเหลวทันทีต่อมาปัญหานี้ในที่สุดก็ได้รับการแก้ไข พวกมันตกลงใจสลักค่ายกลลงไปบนก้อนหินก่อนที่จะแปรสภาพด้วยไฟอีกาทองคำ ทำให้ก้อนอิฐไม่ถูกหลอมเหลวอีก ทว่าในระหว่างกระบวนการแปรสภาพ ก้อนอิฐหินเขียวจะหดตัวลงมากกว่าครึ่งจากขนาดเดิม ทั้งยังเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมทอง คุณภาพแข็งแกร่งและหนาหนักยิ่ง จั่วม่อทดลองใช้กระบี่บินฟันลงบนก้อนอิฐ ประกายไฟแลบแปลบ แต่ก้อนอิฐไม่มีแม้แต่ริ้วรอยจนกระทั่งจั่วม่อเร่งเร้าพลังปราณทั่วร่าง ฟันลงไปอย่างสุดกำลัง กระบี่บินจึงค่อยผ่าเข้าไปในเนื้ออิฐเกือบครึ่งก้อนวัตถุดิบเช่นนี้แม้ไม่เพียงพอจะใช้สร้างอาวุธหรือชุดเกราะปราณ แต่สำหรับใช้สร้างกำแพงเมืองเรียกได้ว่ามากเกินพอแล้วซ