อนที่จะเผ่นผึงขึ้นจากพื้นดุจสายฟั้าฟาดเฮยจื่อเห็นเหล่าคนใหม่ยังคงนิ่งงัน ต้องตวาดอย่างหัวเสีย “พวกเจ้านั่งอยู่ที่นั่นหาอันใด? รีบด่วน นี่มันสัญญาณฉุกเฉิน!” กล่าวจบก็พุ่งทะยานขึ้นฟั้าเหล่าคนใหม่รีบติดตามอยู่ด้านหลังเห็นเงาร่างมากมายอยู่บนท้องฟั้าเหนือค่าย เสียงตวาดของเหล่าผู้บัญชาการกองร้อยกับหัวหน้าหมู่ดังไม่ขาดหู“รีบด่วน! รีบด่วน! พวกเจ้ามัวเชื่องช้าอันใด?”“เร็วเข้า! เร็วกว่านั้นอีก!”“หาตำแหน่งของเจ้า! อย่าขยับวุ่นวาย!”บรรยากาศตึงเครียดครอบคลุมไปทั่วทั้งค่าย ซิวเจ่อทั้งหมดรวมตัวกันอย่างรวดเร็วภายในชั่วสามสิบลมหายใจ ทุกคนในค่ายก็จัดขบวนทัพเสร็จสมบูรณ์อยู่กลางอากาศเหล่าคนเก่าเห็นแม่นางน้อยมองดูพวกมัน ทั้งหมดตื่นเต้นฮึกเหิม มีภารกิจแน่ภารกิจใหญ่โต!กงซุนชาไม่กล่าวมากความ เห็นกองกำลังจัดขบวนทัพเสร็จสิ้น พลันโบกมือเบาๆ“ออกเดินทาง!”ซิวเจ่อกว่าเจ็ดร้อยคนประดุจกระแสธารอันเงียบสงัด เคลื่อนขบวนหายลับไปในท้องฟั้าอย่างรวดเร็วเมืองหนานเสิ้ง ร้านค้าลมพายุ“เสี่ยวเว่ย คำนวณบัญชีของวันนี้ได้แล้ว” เจ้าของร้านร้องสั่งเบาๆ พลางค่อยๆ ยกชาปราณขึ้นจิบ“ทราบแล้ว” เว่ยเฉิงปินตอบรับตามสัญชาตญาณเจ้าของร้านสำเหนียกถึงความไม่ใส่ใจในน้ำเสียงของเว่ยเฉิงปิน สีหน้าเปลี่ยนเป็นมืดมนในบัดดล “เป็นไร? เจ้ามีอะไรในใจ? ไม่พอใจงานนี้กระมัง?”เว่ยเฉิงปินคล้ายเพิ่งรู้สึกตัวสะดุ้งตื่นจากความฝัน พอเห็นใบหน้าเย็นชาของเจ้าของร้าน