มันทราบว่าผิดท่ารีบแย้มยิ้มเป็นเชิงขออภัยพลางกล่าว “ไม่ใช่ ไม่ใช่! ผู้น้อยเพียงมีปัญหาด้านการฝึกฝีมือเล็กน้อยเท่านั้น”“ฮึ่ม!” เจ้าของร้านแค่นยิ้มเย็นชา “ฝึกฝีมือ? ข้าไฉนไม่เคยเห็นมาก่อนว่าเสี่ยวเว่ยเจ้ามีจิตปณิธานยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้! ที่แท้เจ้าหวังอยากเป็นจินตันหรอกหรือ? เฮอะ! เป็นคนต้องยึดถือความเป็นจริง เจ้ามิใช่ไม่ทราบ เมล็ดข้าวปราณห้าสิบจินค่าจ้างรายเดือนของเจ้า ไม่ทราบว่ามีกี่คนที่ยินยอมถวายหัวตัวเองเพื่อแลกกับสิ่งนี้! ฝึกฝีมือ? อย่าได้สิ้นเปลืองเมล็ดข้าวปราณของเหล่าฟูแล้ว!”(เหล่าฟู หรือ เล่าฮู – คนแก่อย่างข้า, เราผู้เฒ่า (คำเรียกตัวเอง))เว่ยเฉิงปินหน้าแดงก่ำเจ้าของร้านเหลือบมองมันแวบหนึ่ง กล่าวอย่างเฉื่อยชาว่า “คนต้องรู้ขีดจำกัดของตัวเอง อาณาจักรขุนเขาน้อยไม่มีผู้ใดฝึกฝีมือมานานแล้ว”“ค่าแรงเดือนนี้ของเจ้าหักเมล็ดข้าวปราณออกสองส่วน!” กล่าวจบคำก็สะบัดแขนเสื้อเดินออกไป
เว่ยเฉิงปินก้มหน้าต่ำไม่ได้ส่งเสียงใด โดยไม่รู้สึกตัวสองมือกำแน่นจนซีดขาว รอจนเจ้าของร้านจากไปไกล มันค่อยคลายกำมือออก ในมือปรากฏม้วนหยกม้วนหนึ่งม้วนหยกประหลาดนี้มันได้รับมาเมื่อสองวันก่อน เป็นประกาศรับสมัครงาน!คนที่ลอบส่งม้วนหยกนี้มาให้มันไม่ทราบได้รับข้อมูลจากที่ใด ว่ามันมีฝีมือในด้านค่ายกลลวงตาจึงเจาะจงทาบทามมันโดยตรง ทั้งยังรับปากให้ค่าจ้างเป็นเมล็ดข้าวปราณเดือนละสองร้อยจิน เว่ยเฉิงปินถือกำเนิดจากสำนักฝีมือที่ย