“เป็นอย่างไรบ้าง?” กงซุนชามองเข้าไปในห้องแวบหนึ่ง จากนั้นทรุดนั่งลงข้างจั่วม่อจั่วม่อสั่นศีรษะ “ไม่ทราบได้ ที่แท้นางบาดเจ็บสาหัสมาก่อนหน้านี้ด้วย ทั้งยังไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ที่นางยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ ก็เรียกได้ว่าปาฎิหาริย์แล้ว”มันอดนับถือเลื่อมใสสตรีนางนี้ไม่ได้ เมื่อได้ตรวจสอบร่างกายของนาง ต้องตะลึงลานกับบาดแผลมากมายที่สะสมอยู่ภายในร่างของนาง เป็นไปได้หรือไม่ว่าสตรีผู้นี้เหมือนกับศิษย์พี่เหวยเสิ้ง เป็นพวกคลั่งไคล้การต่อสู้ใช่หรือไม่?“หากนางงดงามคงจะดีไม่น้อย” กงซุนชาจุปากเบาๆจั่วม่อประหลาดใจอยู่บ้าง “เจ้าคิดเสาะหาสตรีคู่บำเพ็ญสักคนหรือ?”“ไม่ๆ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น” กงซุนชาอธิบาย สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง“เพียงแต่ถ้านางงดงาม พวกเราจะได้สบายตาบ้าง”“ไหนเจ้าลองบอกมา สตรีมีอันใดดี? ไฉนทุกคนชมชอบพวกนาง?” จั่วม่อหวนนึกถึงค่ายกลลวงตาของแม่นางกระเรียนกระดาษที่ทำให้เลือดลมพลุ่งพล่าน“ศิษย์พี่ ท่านไม่รู้หรอกหรือ?”กงซุนชาเบิกตามองจั่วม่ออย่างไม่อยากเชื่อ เอามือตบหน้าผากแปะพลางทอดถอนใจ จากนั้นวางมาดเป็นผู้มีประสบการณ์ เริ่มสั่งสอนจั่วม่อด้วยเสียงหนักๆ “ศิษย์พี่ เรื่องฝึกฝีมือบำเพ็ญเพียรข้าอาจสู้ท่านไม่ได้ แต่กล่าวถึงเรื่องความเข้าใจในอิสตรีท่านสมควรเป็นศิษย์น้องข้า ผู้น้องเรียกได้ว่ามีความสำเร็จไม่น้อย”จั่วม่อชักรู้สึกสนใจอยู่บ้าง รีบถามไถ่ “ศิษย์พี่กงซุนโปรดสอนสั่ง”“กล่าวถึงสตรี ส่วนสำค