ัญที่สุดคือความงาม ต้องสะคราญปานบุปผาหยก สุ้มเสียงนุ่มนวลดุจสายลม ประกอบกับกลิ่นหอมเย้ายวนจนผู้คนไม่อาจถอนตัว”กงซุนชาสีหน้าเคลิบเคลิ้ม แต่แล้วรีบตักเตือนด้วยเสียงหนักกว่า “แต่ศิษย์พี่ ท่านต้องจดจำไว้ให้มั่น สตรีเพียงมีไว้ชมดูเท่านั้น ซือฟูั่ของข้าเคยบอกว่า เจ้าได้แต่ชมดูสตรีแต่ไม่อาจสัมผัสพวกนาง เราจะชมดูพวกนางก็พอ”“อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้” จั่วม่อผงกศีรษะ คล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ“แต่การได้พบคนที่มาจากอาณาจักรนภาจันทร์ ช่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ” กงซุนชาทอดถอน “จะอย่างไรตอนแรกมีแค่พวกเราสามคนเท่านั้น มีเพิ่มมาอีกคนย่อมดีกว่า”จั่วม่อคล้ายถูกสะกิดให้นึกถึงเรื่องราวในอดีต ต้องนิ่งเงียบงันไป อึดใจให้หลัง ค่อยถามว่า “ศิษย์น้องเฉิงอยู่ที่ใด?”“มันยังจะอยู่ที่ใดได้? มันแทบจะกินนอนอยู่ในบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายตลอดเวลาแล้ว!อีกไม่นานข้าว่ามันคงบรรลุความปรารถนาสูงสุดของมัน นั่นคือบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นสัตว์ปราณตัวหนึ่ง ฮี่ฮี่” กงซุนชาหัวร่อเยาะหยัน“เอาเถอะ ให้มันกระทำในสิ่งที่มันชมชอบย่อมดีกว่า” ไม่ทราบเป็นเพราะเรื่องราวที่ทยอยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะนี้หรือไม่ ทำให้จั่วม่อมีมุมมองต่อหลายสิ่งเปิดกว้างขึ้น“อา” กงซุนชาพยักหน้ารับ สถานการณ์ของพวกมันยามนี้ ต่อให้อธิบายว่าล่อแหลมสุ่มเสี่ยงก็มิได้เกินเลยไป อย่าได้เห็นว่าพวกมันประสบชัยชนะมาสองสามครั้งแต่อาศัยผู้คนเพียงร้อยกว่าคนนี้ ทั่วทั้งอาณาจักรขุนเขาน้อ