ัดว่าไม่ได้หมายถึงมันแต่เป็น ‘เจ้า’ อีกคนมันไม่ได้โง่งม ฟังจากถ้อยคำของผูเยา ย่อมเข้าใจได้คร่าวๆ คำ ‘เจ้า’ ในสองประโยคสุดท้ายของผูเยาสมควรหมายถึงปั้ายหินสุสาน ยิ่งฟังมากเท่าไร หัวใจก็ยิ่งเย็นเฉียบเท่านั้น จั่วม่อจู่ๆ นึกถึง ‘ตอบตกลงกับมัน’ ประโยคนั้นที่เคยปรากฎขึ้นบนปั้ายหินมันรู้สึกว่าการคาดเดาของผูเยาก็ไม่ใช่ไม่มีเหตุผลเสียทีเดียวทั้งอสูร ทั้งปั้ายหิน ล้วนไม่ใช่ตัวดี!แต่จั่วม่อเมื่อครุ่นคิดลึกลงไป ก็เข้าใจได้ทันที หากมิใช่เพราะหนึ่งอสูรหนึ่งปั้ายหินคู่นี้ มันก็คงไม่มีทางบรรลุถึงระดับพลังฝีมือที่เป็นอยู่ในตอนนี้ กระทั่งด่านจู้จีบางทีอาจยังฝั่าด่านไม่สำเร็จด้วยซ้ำ นี่ไม่ต่างอันใดกับการค้าขาย แต่ละฝั่ายต่างมีจุดมุ่งหมายของตนแม้แต่ผลประโยชน์ที่เล็กน้อยที่สุดยังไม่หล่นลงมาจากฟั้าแบบให้เปล่า สำหรับความเสี่ยงการค้าใดไม่มีความเสี่ยง?“การสร้างสังขารขึ้นใหม่หมายความว่าอย่างไร?” จั่วม่อถามตรงไปตรงมา “นี่ใช่รูปโฉมดั้งเดิมของข้าหรือไม่? ”เห็นคำพูดของตนไม่ได้ผลตามที่คาดไว้ ผูเยาในใจมีร่องรอยประหลาดใจวาบผ่านเจ้าเด็กน้อยนี้ไม่ใช่ว่าชิงชังการถูกใช้งานมากที่สุดหรอกหรือ? ไฉนยังใจเย็นอยู่ได้?อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้วนเวียนอยู่กับปัญหานี้มากเกินไป หากมันกล่าวมากเกินไป อาจส่งผลตรงกันข้ามได้“แน่นอนว่าไม่ใช่” ผูเยาตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “หลังจากสร้างสังขารใหม่ ร่างกายของเจ้าจะแปรเปลี่ยนไปทั้งหมด ไม่มีส่วนใด