ครามสดใส ท่ามกลางแสงตะวันแผดจ้า ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด กลับเต็มไปด้วยหมู่ดาวใหญ่น้อยดารดาษ!
แม้ไม่มีดาวดวงใดส่องสว่างเทียบเท่าดวงดาวในยามราตรี แต่ทุกดวงชัดเจนเที่ยงแท้กระทั่งแสงแดดแผดจ้าบาดตายังมิอาจกลบแสงของพวกมันได้กงซุนชารู้สึกความหนาวเย็นแผ่ทะลักขึ้นมาจากปลายเท้า“แปลกจริง! ไฉนมีดวงดาวปรากฎขึ้นในเวลากลางวัน?” บางคนพึมพำอย่างสงสัยใจ“ข้าไม่ทราบ แต่นี่สมควรเป็นนิมิตแห่งฟั้าดิน คาดว่าไม่ใช่เรื่องดี” ผู้ที่กล่าวตอบ สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความกังวลทุกผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเสียงเบาต่ำ กระทั่งเหล่าซิวเจ่อที่ยอมจำนนและถูกพันธนาการเอาไว้ ยังให้ความสนใจกับท้องฟั้าเหนือศีรษะของพวกมันกงซุนชาไม่กล่าววาจา เนื้อตัวเย็นเฉียบไปทั้งร่าง แขนขาแข็งชา ทรวงอกราวกับถูกก้อนหินใหญ่กดทับเอาไว้ดาวพร่างกลางทิวา!มันแม้ไม่ทราบว่านิมิตแห่งฟั้าดินนี้ที่แท้มีความหมายว่ากระไร แต่ย่อมจดจำได้อย่างชัดเจน ครั้งแรกที่มันพบเห็นดาวพร่างกลางทิวาในอาณาจักรนภาจันทร์ ความน่าขนพองสยองเกล้าที่ราวกับฝันร้ายนั้น ทำให้มันสั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำคราวนี้ ดาวพร่างกลางทิวากลับเกิดซ้ำในอาณาจักรขุนเขาน้อย…มันถึงกับไม่กล้าครุ่นคิดถึงความนัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้เรื่องนี้!ไม่ทราบเพราะเหตุใด กงซุนชาหัวใจเย็นเฉียบ ความกลัวอันแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั้งสรรพางค์กาย ต้องบังคับตัวเองให้ก้มหน้าลงอย่างยากเย็น เบือนสายตาออกมาจากฉากพิสดารบนท้องฟั้าสักครู่ใหญ่