้างโอกาสให้แก่สหายของเจ้าแทน หรืออีกหนึ่ง คือสหายของเจ้าอาจสร้างโอกาสให้แก่เจ้าได้”ม้าฝานเหลียวมองไปรอบด้าน สีหน้าปกติเป็นธรรมชาติ มันพบสหายสามคน แต่ในสามคน มันจดจำได้แค่คนเดียว คนผู้นี้เรียกว่าเซี่ยซาน เป็นเหล่าต้าของกองกำลังที่พวกมันเพิ่งพิชิตในครั้งล่าสุด ว่ากันว่าระดับพลังบำเพ็ญเพียรของคนผู้นี้คือด่านหนิงม่ายขั้นสาม
อันที่จริง ม้าฝานคาดหวังว่าสามคนที่มันพบเห็นจะเป็นหน่วยรบของเหลยเผิง แม้ว่าพลังฝีมือของเซี่ยซานเหนือล้ำกว่าหน่วยรบของเหลยเผิง แต่หน่วยรบของเซี่ยซานล้วนเป็นสมาชิกใหม่ ยังไม่รู้จักมักคุ้นกับม้าฝานแม้แต่น้อยอย่างไรก็ตาม ม้าฝานไม่ได้มีทางเลือกที่ดีกว่านี้“เหล่าเซี่ย” มันชูมือขึ้น ตะโกนเรียกหาราวกับสนิทสนมกันมาทั้งชีวิตเซี่ยซานอึ้งงัน ชะงักเท้ากึก หันกลับไปมองม้าฝาน ในใจสับสนงุนงงไม่น้อย เป็นธรรมดาที่มันย่อมรู้จักม้าฝาน คนผู้นี้เป็นแกนหลักของกองกำลังนี้ อยู่ในตำแหน่งที่ยากจะหาผู้ใดสั่นคลอนได้ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่แม่นางน้อยเชื่อถือมากที่สุดแต่เซี่ยซานไม่เคยสนทนากับคนผู้นี้แม้แต่คำเดียว“เฮ้!” แม้จะสงสัยใจยิ่ง เซี่ยซานยังคงตอบอย่างยิ้มแย้ม ในกองกำลังแห่งนี้ มันเป็นคนใหม่ในหมู่คนใหม่ แม้ว่าพลังฝีมือของมันจะลึกล้ำที่สุด แต่เพื่อให้ได้รับความเชื่อถือจากกงซุนชา นี่ยังต้องใช้เวลาไม่น้อย มันย่อมไม่โง่งมพอที่จะล่วงเกินม้าฝาน“ช่วยข้าฝึกฝนได้หรือไม่ ข้าอยากทดลองวิชาท่าร่างใหม่ขอ