นั้นระงับใจเอาไว้ อดทนอธิบายว่า “นั่นเพราะจิงสือและยุทธภัณฑ์เวทร้ายกาจเกินไป ขอเพียงมีวัตถุดิบเพียงพอซิวเจ่อจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นทักษะปิศาจหรือศาสตร์อสูร แม้ว่าจะได้รับพลังจากฟั้าดินช่วยเหลือ แต่ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย มีประสิทธิภาพด้อยกว่าและเชื่องช้ากว่าการใช้จิงสือกับยุทธภัณฑ์เวทมาก ที่สำคัญทั้งทักษะปิศาจและศาสตร์อสูรล้วนไม่เหมาะสมกับพลังปราณ ยิ่งฝึกปรือมากเท่าใด พวกมันก็จะยิ่งแตกแยกจากกันเท่านั้น เซียนกระบี่ไฉนร้ายกาจที่สุดในหมู่ซิวเจ่อ? เนื่องเพราะพวกมันทุ่มเทฝึกปรือแต่พลังปราณ ฝึกปรือแต่กระบี่เท่านั้นอย่างไรเล่า! พวกมันเพียงแค่ต้องการจิงสือต้องการวัตถุดิบที่ดีกว่า ต้องการยุทธภัณฑ์เวทกับกระบี่บินที่ดียิ่งขึ้น! กล่าวถึงที่สุดวิถีทางของซิวเจ่อคือการปล้นชิงจากธรรมชาติ! ปล้นชิงมากเท่าใด ก็แข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น”จั่วม่อไม่ทราบจะโต้ตอบอย่างไร คิดไปคิดมา มันรู้สึกว่าวาจาของผูเยาฟังขัดหูอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีความจริงอยู่ไม่น้อย“อย่างไรก็ตาม” สุ้มเสียงของผูเยาแปรเปลี่ยน กลายเป็นเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยัน” ด้วยการปล้นชิงประโยชน์จากธรรมชาติ เอาแต่พึ่งพาใช้พลังจากภายนอกมาเป็นเวลานาน ความเข้าใจกฎเกณฑ์แห่งฟั้าดินของพวกมันจึงอ่อนด้อยลง แม้ข้าไม่ทราบว่าสถานการณ์เวลานี้เป็นเช่นไร แต่หากข้าเดาไม่ผิด ยอดฝีมือที่แท้จริงของซิวเจ่อ เทียบกับหลายพันปีที่ผ่านมา เกรงว่าคงลดน้อยล