และหัตถ์พันใบน้อย พวกมันล้วนเป็นศาสตร์อสูรชั้นสุดยอดในหมู่ศาสตร์อสูรทั้งมวล”“นอกจากนี้เจ้ามีฝีมือด้านค่ายกล นี่เป็นห่วงโซ่ที่สำคัญที่สุด”ผูเยาแจกแจงอย่างฉะฉานราวกับบัณฑิตผู้รอบรู้สรรพวิชา “ไม่ว่าเวทวิชาซียนศาสตร์อสูร หรือทักษะปิศาจ แก่นแท้ของพวกมันล้วนเป็นแก่นแท้ของกฎเกณฑ์แห่งฟั้าดิน หากมิใช่ว่าเจ้าแตกฉานวิชาค่ายกล ฝึกปรือสามประเภทวิชาเซียนอสูรปิศาจพร้อมกันเช่นนี้ ปลายทางของเจ้ามีเพียงความสับสนปนเปอันเลวร้าย พลังอำนาจสามแบบ ยิ่งผ่านเวลานับเดือนนับปี พวกมันจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปคนละวิถีทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม วิชาค่ายกลอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะเชื่อมโยงพวกมันทั้งสามเข้าด้วยกันสำเร็จ!”กล่าวถึงตรงนี้ ผูเยากลายเป็นระมัดระวัง “ข้าไม่ทราบว่าเจ้าจะกลายเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต เนื่องเพราะนี่ไม่เคยมีแบบอย่างมาก่อน ค่ายกลของซิวเจ่อพัฒนาเร็วที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ซิวเจ่อไม่มีความรู้เกี่ยวกับอสูรปิศาจมากนัก ดังนั้นไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดประสบความสำเร็จในวิถีทางนี้มาก่อน”
“เพราะเหตุใดเล่า?” จั่วม่อรู้สึกแปลกใจยิ่ง ไฉนซิวเจ่อไม่เห็นประโยชน์เรื่องนี้ พวกมันทำสงครามกับอสูรปิศาจมาตั้งหลายพันปี ซิวเจ่อไฉนยังคงรู้เรื่องของอสูรปิศาจเพียงเล็กน้อยอยู่อีก?ผูเยาคิดเหลือกตาและกล่าวแดกดันจั่วม่อในความโง่งมเรื่องประวัติศาสตร์ของมันแต่พอขบคิดอีกที ยังคงไม่ตอแยเจ้าเด็กน้อยนี้ก่อนจะดีกว่า ดัง