นต้องการให้กองกำลังนี้ทำสงครามหล่อเลี้ยงสงคราม แย่งชิงเมล็ดข้าวปราณจากกองกำลังอื่นเพื่อแบ่งเบาภาระของมัน ผู้ใดจะคาดคิด พวกมันกลับมาพร้อมนักโทษสามสิบกว่าคน แต่ไม่มีข้าวปราณสักเม็ด มันเพิ่งจะสูญเสียจิตสำนึกไปมากมาย และยังต้องดูแลปากท้องเพิ่มอีกสามสิบกว่าปาก!คราวนี้ขาดทุนย่อยยับ!“เช่นนั้นเจ้าทำกำไรอะไรได้บ้าง?” จั่วม่อราวกับมะเขือยาวโดนน้ำค้างแข็ง อ่อนยวบไปทั้งร่าง ถามเสียงระโหยโรยแรง“พวกเราได้รับสินค้าบางอย่าง แต่ข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าใด ศิษย์พี่คงต้องเลือกดูด้วยตัวเองแล้ว” กงซุนชากะพริบตาโตเหมือนดอกท้อของมัน เปล่งประกายวิบวับ กล่าวอย่างไร้เดียงสาหากดูแค่ปริมาณ กงซุนชาครั้งนี้ยึดสินสงครามได้ไม่น้อยจริงๆ กองพะเนินเทินทึกราวกับภูเขาย่อมๆ ลูกหนึ่งกระบี่บิน ยุทธภัณฑ์เวท ม้วนหยกและวัตถุดิบ ละลานตาไปหมดจั่วม่อกวาดตามองอย่างรวดเร็ว ประหลาดใจอยู่บ้าง ส่วนใหญ่ไม่มีราคาค่างวดใดแต่กลับมีสิ่งของที่ดีไม่น้อย นี่เป็นทรัพย์สินของซิวเจ่อด่านหนิงม่าย พวกมันยังคงมีสินค้าที่ดีก็ไม่น่าแปลกใจจั่วม่อดวงตาเผ็ดร้อนช่ำชอง มือไม้ว่องไว พลิกดูไปพลาง คัดแยกไปพลาง ไม่นานก็แบ่งภูเขาย่อมๆ ออกเป็นหลายกองมันชี้ไปยังกองกระบี่บินกับยุทธภัณฑ์เวท กล่าวว่า “ของเหล่านี้ไม่เลว นำไปแบ่งให้แก่พวกมัน เมื่อมีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครัน ความสามารถในการสู้รบของพวกมันจะได้เพิ่มขึ้น”กงซุนชาในใจชื่นชมยิ่ง ศิษย์พี่สมกับเป็นบุคคลที่สามารถทำ