มต้นการต่อสู้ พวกมันยังคงตื่นตระหนกไม่น้อย แต่เมื่อทุกคนค่อยๆ คุ้นชินกับการผสานรวมพลังอันน่าอัศจรรย์ของค่ายกลสามอัจฉริยะที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน พวกมันก็เริ่มประสานงานกันอย่างแนบเนียนมากขึ้นเพิ่มพูนความเชื่อมั่นขึ้นเป็นลำดับการโหมโจมตีด้วยท่าไม้ตายของอีกฝั่าย ไม่อาจทำให้พวกมันเสียขบวนรวนเรแม้จะเป็นยามปกติทั่วไป ต่อให้ต่อสู้กันตัวต่อตัว พวกมันยังไม่หวั่นเกรง อย่าว่าแต่ยามนี้ยังได้รับการหนุนเสริมจากค่ายกลสามอัจฉริยะผู้นำของคนทั้งสามคือเหลยเผิง ก่อนที่จะถูกแม่นางน้อยสยบไว้ คนผู้นี้พยศดุร้ายที่สุดในหมู่พวกมันทั้งหมด เวลานี้มีคนวิ่งเข้ามามาอวดโอ่โอหังต่อหน้ามัน ไหนเลยจะไม่เดือดดาลได้ สองตาโปนโตปานกระดิ่งถลึงมองอย่างพิโรธโกรธกริ้ว มือใหญ่เท่าพัดใบลานผายออก ชี้ไปยังฝั่ายตรงข้ามสามคนที่อยู่ด้านหน้า ตวาดก้องอย่างขุ่นแค้น“ให้พวกมันลองลิ้มรสดูบ้างเถอะ!”สหายร่วมหน่วยอีกสองคนก็เต็มไปด้วยเจตนาสังหารอันแรงกล้า ทุกผู้คนล้วนเหยียบย่ำผ่านแม่น้ำเลือด ผู้ใดไม่เผ็ดร้อนดุร้าย?ผู้ใดไม่มีท่าไม้ตาย?หนึ่งในสองใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง สองหมัดของมันห่อหุ้มด้วยกลุ่มแสงสีฟั้า แสงสีฟั้าเข้มขึ้นทุกขณะ และหดแคบลงจนแนบชิดกับหมัด แต่ชั้นแสงสีฟั้านี้จดจ่อรวมรั้งถึงที่สุด ดูคล้ายคลื่นน้ำอัดแน่นอยู่ในนั้นทันใดนั้น มันตวาดก้อง สองหมัดกระแทกไปเบื้องหน้าอย่างดุดัน ปราณหมัดสีฟั้าสองสายพวยพุ่งออกจากกำปัน ทันทีที่พุ่งออกมาก็ขย